เปิดเส้นทางร้านส้มตำผู้ชายขายหอย กับหนุ่มแซ่บ “ธนวรกฤต ไตรรัตน์” ศิษย์เก่า ม.รังสิต

07 Feb 2020

เราอาจคุ้นเคยและได้ยินชื่อหลากหลายแบรนด์เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ที่โด่งดังมาไม่น้อย วันนี้เราภูมิใจเสนออีกหนึ่งแบรนด์ร้านส้มตำของศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์  ซึ่งปัจจุบันร้านส้มตำนี้มีแฟรนไชส์ขยายไปกว่า 60 สาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร้านนี้มีชื่อว่า “ส้มตำผู้ชายขายหอย”

 

 

            “สวัสดีครับ ผมต๊อกนะครับ ธนวรกฤต ไตรรัตน์ ศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หลังจากที่เรียนจบมาตอนนั้นผมก็ไปทำงานที่ SCG อยู่พักใหญ่ครับ แต่สุดท้ายก็คิดว่าเราควรกลับไปทำธุรกิจที่บ้านดีกว่า ตอนนั้นก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี จึงช่วยที่บ้านทำร้านหมูกะทะครับ ร้านของเราก็เป็นร้านหมูกระทะทั่วไปครับ ก็เลยทำอีกเคาน์เตอร์เล็กสำหรับบริการส้มตำให้กับลูกค้าด้วยครับ ระหว่างนั้นก็เรียนปริญญาโทที่ขอนแก่นไปด้วย ชีวิตตอนนั้นก็จะประมาณจันทร์ถึงศุกร์เปิดร้านที่จังหวัดเลย แล้วเสาร์อาทิตย์ก็ขับรถกลับไปเรียนที่ขอนแก่น ระยะทางกว่า 200 กิโลมันก็เหนื่อยมาก ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการขอที่บ้านอยู่หอ แม่ก็ถามว่าเรียนแค่สองวัน แล้วจะทำอะไรวันอื่นๆ เลยตอบแม่ไปว่าเดี๋ยวจะเปิดร้านส้มตำครับ ร้านแรกต้นฉบับก็เลยเปิดครับ เป็นร้านเล็กๆ เช่าพื้นที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยว เมนูส้มตำของผมตอนนั้นผมไม่ได้ขายเป็นส้มตำเส้นมะละกอ จะมีเป็นส้มตำหอยแครงอย่างเดียว นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ ผู้ชายขายหอยครับ ขายไปเรื่อยๆ เริ่มจริงจังครับ จากขายเพื่อฆ่าเวลาเฉยๆ กลายเป็นลูกค้ามากขึ้น ความจริงจังเริ่มมา ลูกค้ามารอคิวเป็นแถวยาวๆ ยืนมุงเราเพื่อรอซื้อกลับบ้าน และเริ่มมีคนมาถามอยากขอซื้อสูตรอยากมีร้านแบบนี้ ผมก็เลยขายไปทั้งร้านเลยครับเรียกว่าเป็นแฟรนไชส์สาขาแรกที่เราเริ่มเอง และส่งต่อให้คนอื่นทำต่อในนามชื่อร้านเดิม จากนั้นผมก็เลยกลับมาอยู่ที่จังหวัดเลย เริ่มเปิดสาขาของเราเองต่อครับ ฟังแล้วดูง่ายไหมครับ ช่วงแรกกว่าจะได้สักสิบสาขานี่ เหนื่อยที่สุดครับ เพราะแต่ละสาขาที่ส่งต่อไปนั้น ผมต้องสอนรายละเอียดทั้งหมดทั้งการเตรียมของ การปรุงรส และการเซ็ตเมนูเพื่อให้ทุกสาขาเป็นเหมือนๆ กัน  มันก็มีการปรับปรุงในทุกๆ ครั้งที่สอนครับ ผมก็เลยทำเป็นเล่มขึ้นมา เพื่อให้ทุกอย่างนิ่งที่สุด ก่อนหน้านี้เราปรุงอะไรก็ตามน้ำหนักมือ แต่พอต้องให้คนอื่นทำมันก็ต้องเป็นค่าเป็นสูตรที่ตายตัว คนที่มาซื้อแฟรนไชส์ไปก็จะรู้สึกง่ายมากขึ้น เกี่ยวกับการทำอาหาร นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของการแนะนำเกี่ยวกับตัวร้าน ถ้าคุณมีพื้นที่เท่านี้ต้องจัดกี่ที่นั่ง จำนวนที่นั่งเท่านี้ต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เท่าไหน และทุกเมนูที่ร้านเราทำ เราก็สอนคนที่มาซื้อแฟรนไชส์หมดครับ ปัจจุบันนี้ที่มีสัญญาในมือมีจำนวนทั้งหมด 62 สาขาทั้งในประเทศไทย เวียงจันทน์ หลวงพระบาง และกัมพูชาครับ”

 

 

             ต๊อก เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่าในแง่ธุรกิจเราก็มีความก้าวหน้าไปเกินที่คาดหวังไว้ นอกจากนี้ ผมยังได้รับมิตรภาพดีๆ จากพ่อค้าแม่ค้าในเฟรนไชส์ของเรา บ้างก็นัดกินข้าวกัน บ้างก็นัดกันออกทริป นึกภาพตอนสมัยเรียนก็จะอารมณ์แบบๆ เดียวกันครับ

            “ตอนสมัยเรียนผมและเพื่อนๆ ก็มาจากหลายสารทิศ พวกเราก็มาเรียน มาทำกิจกรรมร่วมกัน มีการเรียนรู้พูดคุย ผ่านเรื่องราวประสบการณ์ด้วยกัน และก็จบด้วย Connection ดีๆ แม้กระทั่งเราเรียนจบแล้ว เราก็ยังติดต่อกัน คล้ายๆ กับมิตรภาพดีๆ จากลูกๆ แฟรนไชส์ ในตอนนี้เหมือนกันครับ”

 

 

            สุดท้ายนี้ต๊อกขอฝากร้านครับ สาขาแรกของผมที่อยู่กรุงเทพที่เป็นของผมเองเลยครับไม่ใช่แฟรนไชส์  ร้านอยู่ที่ถนนสรงประภา ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ร้านมีอาหารอีสานหลากหลายเมนู ทั้งขนมจีนบีบสด ส้มตำ เปิดร้านตั้งแต่ 11 โมงถึงเที่ยงคืนครับ หยุดทุกวันจันทร์ เรียนเชิญมาแวะชิมกันได้ครับ

 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ