หลักธรรมนำธุรกิจ โดย วริสร รักษ์พันธุ์ “ธรรมธุรกิจ” เซฟชุมพรคาบาน่า เพื่อวิสาหกิจชุมชมที่ยั่งยืน

18 Oct 2019

     จากวิกฤติเศรษฐกิจ (ต้มยำกุ้ง) ส่งผลให้ ปี พ.ศ.2542 ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ของคุณวริสร รักษ์พันธุ์ ศิษย์เก่ารุ่นที่ 4 สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ คณะศิลปศาสตร์ (ในขณะนั้น)  มหาวิทยาลัยรังสิต ล้มอย่างไม่เป็นท่า แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะพลิกฟื้นชุมพรคาบาน่า โดยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 มาใช้บริหารกิจการรีสอร์ต จนสามารถพลิกวิกฤตจนเป็นต้นแบบศูนย์การเรียนรู้การนำพาธุรกิจสู่ความสำเร็จด้วยความพอเพียง

            “หลังจากเรียนจบก็เข้ามารับช่วงดูแลกิจการต่อจากครอบครัว แต่ไม่นานก็ประสบปัญหาการเงินครั้งใหญ่จากวิกฤติเศรษฐกิจต้องเป็นหนี้กว่าสองร้อยล้าน จึงน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในรีสอร์ต โดยปรับปรุงพื้นที่ใหม่ให้มีสวนเรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ “เพลิน” เพื่อปลูกข้าว พืชผักสวนครัว  และสร้างเครือข่ายกับชาวบ้านในพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มรูปแบบ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ด้วยวิธีทางธรรมชาติ ผลิตสบู่เหลว แชมพู น้ำยาอเนกประสงค์จากสมุนไพร นอกจากนี้ เศษอาหารหรือเศษวัตถุดิบต่างๆ ที่เกิดขึ้นเราจะไม่ทิ้งแต่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ การนำเศษอาหารมาผลิตปุ๋ยชีวภาพ การนำน้ำมันพืชที่เหลือใช้มาผลิต      ไบโอดีเซล เติมรถ เรือ และเครื่องปั่นไฟ ในรีสอร์ต”

            ระยะเวลาผ่านไปเพียงไม่นานทำให้คุณวริสรสามารถลดหนี้สินลงมาครึ่งหนึ่ง ซึ่งนับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการบริหารธุรกิจตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงในลักษณะการเชื่อโยงเป็นเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจกับสังคม ด้วยการแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างลงตัว ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน

     “หากมองในแง่ของธุรกิจหลายคนอาจมองว่าเราไม่ฉลาดนัก แต่สำหรับผมการรักษาชุมพรคาบาน่าไว้ไม่ใช่เพื่อเป็นธุรกิจของครอบครัว แต่เพื่อคนไทยทุกคน โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ให้ชุมพรคาบาน่าเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม สร้างระบบเศรษฐกิจพอเพียงที่ยังยืน”

 

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ : วิกฤตอีกครั้ง

            หลังจากเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี พ.ศ.2550 มีชาวต่างชาติย้ายเงินเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชียกันมากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่บริเวณชายหาดทุ่งวัวแล่น จ.ชุมพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่บริเวณชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต เป็นเป้าหมายของนายทุนต่างชาติในการเข้ามาถือครองพื้นที่ เพราะเป็นที่ดินติดชายหาดที่สวยงาม และเป็นที่นิยมสำหรับนักดำน้ำดูฉลามวาฬของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่คุณวริสรมีความเชื่อว่าถ้าเรายังยึดถือปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 อย่างไรเราต้องรอด

            “ถ้าเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินโดยทั่วไป คือ ขายกิจการเพื่อให้เหลือเงินก้อนมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ที่ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต เป็นศูนย์รวมของความรัก ความผูกพัน ความศรัทธา ดังนั้น ในช่วงวิกฤตินี้เรายังทนรับภาระหนี้สินได้ และคิดว่าแนวทางของพระองค์ท่านจะสามารถนำพาเราให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ซึ่งหากมองในแง่ของธุรกิจหลายคนอาจมองว่าเราไม่ฉลาดนัก แต่สำหรับผมการรักษาชุมพรคาบาน่าไว้ไม่ใช่เพื่อเป็นธุรกิจของครอบครัว แต่เพื่อคนไทยทุกคน โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ให้ชุมพรคาบาน่าเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม สร้างระบบเศรษฐกิจพอเพียงที่ยังยืน”

เซฟชุมพรคาบาน่า รักษาแผ่นดินของเรา

            เมื่อคุณวริสรตัดสินใจสู้ต่อ ไม่ยอมขายชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ให้แก่นายทุนต่างชาติ ถึงแม้ว่าจะโดนบีบด้วยวิธีการต่างๆ นานาก็ตาม แต่ด้วยความช่วยเหลือของกัลยาณมิตรและความเมตตาของผู้ใหญ่ที่เคารพรักที่ยึดถือหลักธรรมนำธุรกิจ ที่เห็นว่าการต่อสู้ของชุมพรคาบาน่าไม่ได้เพื่อเป้าหมายทางธุรกิจ แต่ต้องการทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ไม่ใช่ธุรกิจเพื่อครอบครัว แต่เพื่อชาวไทยทุกคนโดยให้ชุมพรคาบาน่าเป็นเครื่องมือในการสร้างระบบเศรษฐกิจ จึงเกิดโครงการ “รักษาชุมพรคาบาน่า รักษาแผ่นดินของเรา”

     “ชุมพรคาบาน่า จึงร่วมมือกับ บริษัท ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม จำกัด ในการระดมทุนเพื่อจะรักษาพื้นที่ของชุมพรคาบาน่าไว้ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจ “ลงขันธรรมธุรกิจ” ได้ 2 รูปแบบ คือ 1.แบบมีส่วนร่วม คือ การบริจาคเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีขั้นต่ำ โดยสามารถขอเงินลงขันคืนได้ 2.แบบมีผลตอบแทน คือ การให้ธรรมธุรกิจกู้ยืมเงิน ขั้นต่ำ 11,000 บาท (ได้รับดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี) สามารถขอคืนเงินได้เช่นกัน หรือการซื้อข้าวล่วงหน้า เพื่อเซฟชุมพรคาบาน่า ในราคา 10,000 บาท (ถุงละ 250 บาท) รวมค่าจัดส่งทั่วประเทศ ทยอยส่งตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น”

“ธรรมธุรกิจ” ชุมพรคาบาน่า วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

     อนาคตชุมพรคาบาน่าจะเป็นธุรกิจเพื่อสังคม สามารถขายหุ้นให้ประชาชนเป็นการทั่วไปได้เหมือนบริษัทมหาชน แต่ไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใต้ พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม และจะเป็นธุรกิจเพื่อสังคมตามศาสตร์พระราชา เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามทฤษฎีบันได 9 ขั้น อย่างจริงจังและเต็มรูปแบบ

     การปรับปรุงพื้นที่ชุมพรคาบาน่าจะแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนคือ 1. โซน A พื้นที่ 50 เปอร์เซ็น เป็นรีสอร์ตและโรงแรม ครัวยักษ์กับโจน และกิจกรรมทางทะเล 2.โซน B พื้นที่ 20 เปอร์เซ็น Service Apartment, Permaculture, กิจกรรมสอนดำน้ำ และโซน C พื้นที่ 30 เปอร์เซ็น เป็นศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ “เพลิน” และหอประชุมและนิทรรศการ เป็นต้น โดยชุมพรคาบาน่าจะดูแลครอบคลุมทั้งด้านอาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาด การอนุรักษ์ทะเล ประมงชายฝั่ง บ้านปลา ปะการังเทียม ฯลฯ โดยเชิญกูรูในด้านต่างๆ มาเป็นที่ปรึกษา

     ทั้งนี้ ชุมพรคาบาน่ายังเปิดโอกาสให้ทุกคนที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา คำแนะนำ หรือเสนอแนะแนวคิดในด้านต่างๆ ตามความถนัดหรือความสนใจ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

“ผมภาคภูมิใจมากี่จบมาจากมหาวิทยาลัยรังสิต เพราะปณิธาน “ร่วมสร้างสังคมแห่งการให้และการแบ่งปัน” เป็นสิ่งที่ผมยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอด”

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ