เศรษฐกิจพอเพียง...เลี้ยงชีวา ตามวิถีพระราชา...ภูมิปัญญาบรรพบุรุษ ของคุณวีรยุทธ วรรณศรี ศิษย์เก่าวิศวกรรมอุตสาหการ

22 Nov 2019

     ศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานเป็นแนวทางให้คนไทยนำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายจนประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งคุณวีรยุทธ วรรณศรี  (หนึ่ง) ศิษย์เก่าสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ประกอบอาชีพ โดยเริ่มต้นจากมีใจรัก ทดลองปลูกเป็นงานอดิเรก สู่อาชีพหลักของครอบครัว

ชีวิตเด็กวิศวะ

     ผมตามน้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิต เลือกเรียนสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ  เพราะคิดว่าเราน่าจะนำความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์และความรู้ด้านช่างฝีมือที่เราถนัดและสนใจมาตั้งแต่เด็กมาประยุกต์ใช้ได้ในอนาคต พอมาเรียนช่วงปี 1 ปี 2 ด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เมื่อเข้ามาเรียนในเมืองจึงค่อนข้างหลงระเริงไปกับแสงสีและการได้ใช้ชีวิตที่อิสระ เลยไม่ตั้งใจเรียนทำให้ผลการเรียนค่อนข้างแย่จะตกแหล่ไม่ตกแหล่ พอขึ้นปี 3 จึงปฏิวัติตัวเองใหม่ ตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือมากขึ้น เพื่อจะได้จบพร้อมเพื่อน ซึ่งก็ทำได้ผมจบมาด้วยเกรดเฉลี่ย 3 กว่าๆ

     หลังเรียนจบก็กลับมาเปิดร้านขายโทรศัพท์และรับซ่อมโทรศัพท์ เปิดได้ 4 ปีก็มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาและปัญหาสุขภาพ (โรคภูมิแพ้) อาจเพราะเวลาซ่อมโทรศัพท์ต้องใช้สายตาเป็นเวลานานและได้รับควันตะกั่วจากเครื่องบัดกรี ทำให้ตัดสินใจปิดกิจการและหันมาผลิตเครื่องจักรรีดยางสำเร็จรูปขาย โดยนำความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้เรียนมามาผลิตเครื่องจักรรีดยางสำเร็จรูปซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขายอยู่ประมาณ 4-5 ปี เศรษฐกิจไม่ดีราคายางตกต่ำ ชาวสวนนิยมขายน้ำสดยางมากกว่าทำยางแผ่น เพราะสะดวกและง่ายกว่า ทำให้เครื่องจักรรีดยางขายไม่ค่อยดี แต่ระหว่างที่ทำเครื่องจักรรีดยางก็ศึกษา “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปด้วย โดยเริ่มต้นปลูกมะนาวบ่อซีเมนต์เป็นงานอดิเรกบนพื้นที่ประมาณ 1 งานนิดๆ  ได้มะนาว 44 บ่อ ซึ่งนอกจากขายผลมะนาวแล้ว ยังตอนกิ่งมะนาวขาย ศึกษาวิธีทำให้มะนาวออกนอกฤดูกาลเพื่อที่จะขายมะนาวในหน้าแล้ง ผลที่ได้คือมะนาว 44 ต้น ทำรายได้มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับพืชเศรษฐกิจที่เรามีอยู่ทั้งสวนปาล์มและสวนยาง (เมื่อเปรียบเทียบระหว่างมะนาว 1 งานกับยางพาราและปาล์มน้ำมัน 1 งาน) ผมจึงขอที่ดินของพ่อ 1 ไร่ เพื่อทำเกษตรแบบผสมผสานตามศาสตร์พระราชาอย่างเต็มรูปแบบ

 

“จากชีวิตที่เคยอยู่กับอุปกรณ์ซ่อมมือถือ เครื่องจักร เครื่องมือหนักๆ แต่พอเรามาอยู่กับต้นไม้ ได้เห็นการเจริญเติบโตตั้งแต่ยังเป็นเมล็ด ค่อยๆ งอกงามผลิตดอกออกผลจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมีส่งถึงมือผู้บริโภค เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผมมีความสุขแล้ว”

 

สวน นายหนึ่ง

     “ช่วงแรกที่ตัดสินใจเดินตามศาสตร์พระราชา ได้รับเสียงคัดค้านเป็นอย่างมาก มีคนหาว่าผมบ้า เพราะต้องตัดต้นยางที่กำลังให้ผลผลิตกรีดน้ำยางขายได้มาทำเกษตรผสมผสาน แต่เรามีการทำบัญชีครัวเรือนจึงแสดงให้ครอบครัวเห็นได้ว่าสิ่งที่เราทำนั้นสร้างมูลค่าได้มากกว่า พ่อจึงให้โค่นต้นยางมาปลูกพืชแบบผสมผสานอย่างที่ตั้งใจไว้”

     จากปลูกเป็นงานอดิเรกบนพื้นที่ 1 งาน เพิ่มมาเป็น 1 ไร่ และขยายมาเป็น 10 ไร่ ในระยะเวลา 3 ปี ปลูกพืชแบบผสมผสานเพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี เช่น ฝรั่ง ทุเรียน สับปะรด มะละกอ ส้มโอ พริกไทย เสาวรส มะนาว เมล่อน มะเขือ ถั่วพลู พริกขี้หนู ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดราชินีทับทิม มัลเบอร์รี มะพร้าว ไผ่ หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ ซึ่งนอกจากขายผลผลิตแล้วยังเพาะพันธุ์ไม้ขายด้วย ถือเป็นการต่อยอดโดยเป็นการขยายพันธุ์และสะสมพันธุ์ที่มีคุณภาพไปเรื่อยๆ เวลาลูกค้ามาซื้อพันธุ์ก็จะเห็นผลผลิตที่ได้จากสวนเรา ปัจจุบันการทำเกษตรแบบผสมผสานถือเป็นรายได้หลักของครอบครัว เราสามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวันทำรายได้ตลอดทั้งปี

     “ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ ที่สั่งซื้อหรือจองผลผลิตทางออนไลน์และมาซื้อที่หน้าสวน มีทั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและต่างจังหวัด โดยเรามีบริการส่งผลผลิตทางไปรษณีย์และบริษัทขนส่งเอกชน ซึ่งถ้าลูกค้าได้รับของแล้วเกิดได้ของไม่ดีเรายินดีเปลี่ยนหรือคืนเงิน ลูกค้าซื้อผลผลิตในราคาที่สูงกว่าตลาด ดังนั้น เราจึงอยากให้ลูกค้าได้ของที่ดีมีคุณภาพ”

 

ค่อยๆ เรียนรู้ : ส่งต่อความรู้

     กว่าจะมาเป็นสวน นายหนึ่ง แบบทุกวันนี้ คุณหนึ่งศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง เข้าร่วมอบรมและศึกษาดูงานในโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ลองผิดลองถูกจนพบแนวทางของตนเอง นอกจากนี้ ยังเปิดสวนให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในสิ่งที่ทำให้แก่ สำนักงานเกษตรอำเภอพระแสงและอำเภอใกล้เคียง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต่างๆ กศน.อำเภอพระแสง ฯลฯ จนได้รับเกียรติให้เป็นปราชญ์ด้านความมั่นคงด้านเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดสุราษฏร์ธานี

     "อยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของเกษตรกรที่มีความตั้งใจปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ เพราะเราตั้งใจทำให้ผลผลิตปราศจากสารเคมี  ดังนั้น กระบวนการกว่าที่จะได้มาซึ่งผลผลิตจึงใช้เวลาในการดูแลมากกว่า ดังนั้น ต้นทุนจึงสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป แต่เรากล้ารับประกันเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย”

 

     จากการที่คุณหนึ่งได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรมีน้องๆ นักศึกษาจบใหม่ที่เห็นว่าคุณหนึ่งประสบความสำเร็จจากการทำเกษตรแบบผสมผสานแล้วชอบ แต่เอาจริงๆ อยากให้ลองถามตัวเองก่อนว่า ต้องเจอแดด ฝน สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปทุกวัน เราทนกับสิ่งนั้นได้หรือไม่ ถ้าเป็นเกษตรกรแล้วกลัวแดดกลัวฝนก็เป็นไม่ได้

     “การเป็นเกษตรกรมันไม่ง่ายต้องมีใจรัก ดังนั้น อย่ามองที่ความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ให้มองทุกกระบวนการก่อนที่จะประสบความสำเร็จด้วย”

 

     อนาคตคุณหนึ่งวางแผนขยายพื้นที่ปลูกพืชและผลไม้ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดหน้าร้านจำหน่วยผลผลิตและกิ่งพันธุ์จากสวน และสร้างโรงงานผลิตพริกไทยอบแห้งขนาดเล็ก โดยนำความรู้ด้านวิศวกรรมอุตสาหการที่เราเรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

                       

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ