ม.รังสิต เปิดคลังสินค้าจำลอง RBS WAREHOUSE

10 Oct 2019

     คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดคลังสินค้าจำลอง RBS WAREHOUSE สำหรับการเรียนการสอนในกลุ่มวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคเอกชนชั้นนำ ในการสนับสนุนด้านการปฎิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถด้านการประกอบอาชีพตรงความต้องการของตลาดแรงงาน

     ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต คุณกมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ดร สุกฤษฎิ์ ลิมโพธิ์ทอง รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานกลยุทธ์และวางแผน บ.ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติกส์ จำกัด ผศ.ดร.รุจาภา แพ่งเกษร คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร และคณาจารย์ ร่วมเปิดงานและเสวนา รวมทั้งเปิดให้แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมชมคลังสินค้าจำลอง RBS WAREHOUSE และเยี่ยมชมบริษัทจำลอง RBS Mart

     ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ขอขอบคุณ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ที่ให้ความร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ในการสนับสนุนส่วนงานต่างๆ และกิจกรรมของนักศึกษาในสถาบันการศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้เข้าใจในโลกแห่งความเป็นจริงของทำงาน ไม่ใช่แค่เข้าใจเพียงแต่ทฤษฎี แต่เข้าใจในแง่ปฏิบัติงานพร้อมกันไปด้วย และการที่มีคลังสินค้าจำลอง RBS WAREHOUSE เป็นสิ่งที่ดี  ทำให้นักศึกษาได้เข้าใจการทำงานด้านโลจิสติกต์ เกี่ยวกับการขนส่งในธุรกิจต่างๆ ว่าจะต้องมีการขนส่งที่ดี ทั้งด้านการจัดเก็บสต็อก การบริหารทรัพยากรให้คุ้มค่า เป็นต้น

     คุณกมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ได้มีโครงการความร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มาโดยตลอด รวมทั้งโครงการ Education Institute Support Activity (EISA) โดยเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ที่เราเข้าร่วมโครงการด้วย และยังได้มีโอกาสในการร่วมมือเปิดบริษัทจำลอง RBS Mart ซึ่งเราอยากให้นักศึกษาได้มีโอกาสทดลองทำจริง ได้ประสบการณ์จริง โดยมองว่าการศึกษาไม่ได้มีเพียงแค่ความรู้ภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่ต้องปฏิบัติเป็นด้วย จึงจะสามารถทำงานได้ดี ตรงตามเป้าหมายของบริษัท โดยที่ผ่านมาโครงการ EISA ได้เข้ามามีส่วนร่วมหลายส่วนเพื่อที่จะทำให้นักศึกษาสามารถ เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะสามารถเข้าทำงานในหน่วยงานต่างๆ หรือประกอบอาชีพส่วนตัวได้ และจากกิจกรรมการให้การสนับสนุนดังกล่าวข้างต้น ทางโครงการ EISA ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพราะคนกลุ่มนี้คือทรัพยากรที่สำคัญในการขับดันการพัฒนาของประเทศทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมที่ดีต่อไปในอนาคต

     ดร.สุกฤษฎิ์ ลิมโพธิ์ทอง รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานกลยุทธ์และวางแผน บ.ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติกส์ จำกัด กล่าวเกี่ยวกับทิศทางการต้องการแรงงานทางด้านโลจิสติกส์ว่า ตลาดแรงงานทางด้านนี้จะเติบโตมากกว่า 30% ตลาดแรงงานต้องการบุคลากรในหลายส่วนงาน อาทิ ผู้บริหารด้านโลจิสติกส์ซึ่งมีความต้องการสูง เจ้าหน้าที่คลังสินค้า เจ้าหน้าที่เติมสินค้า เจ้าหน้าที่วางแผนขนส่ง เจ้าหน้าที่ไอทีที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติของบุคลากรในสายงานด้านนี้ ต้องมีทั้งส่วนที่เป็นซอฟต์สกิล (วินัยการทำงาน จิตใจในการให้บริการ) และฮาร์ดสกิล (ศาสตร์ทางด้านโลจิสติกส์) นับได้ว่า การร่วมมือกันทั้งสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจ จะสามารถทำให้ผลิตบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของตลาด

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ