ม.รังสิต พร้อมเสิร์ฟเด็กไอซีทีพันธุ์ใหม่ ทักษะวิชาชีพได้ สื่อสารเป็น

31 May 2018

 

    วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต เดินหน้าปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สร้างบัณฑิตไอซีทีพันธุ์ใหม่  (New S Curve) ที่มีทักษะด้านวิชาชีพ (tech talent) รองรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีรุ่นใหม่ IoT, big data, AI ที่ประเทศกำลังขาดแคลน 

 

 

     ผศ.ดร.เชฏฐเนติ ศรีสอ้าน คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมกับหน่วยงานด้านดิจิทัลของรัฐ พบว่า ภาคธุรกิจไอซีทีของไทยกำลังเดือดร้อนจากภาวะขาดแคลนผู้ที่มีทักษะด้านไอซีที หรือ tech talent อย่างหนัก ซึ่งผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอสอดคล้องกับผลสำรวจของ ecommerceIQ ซึ่งเป็น search portal ด้านอีคอมเมิร์ซชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่พบว่าประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ประสบปัญหาการขาดแคลน tech talent อย่างหนักเช่นกัน  ซึ่งเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงและเป็นเทคโนโลยีหลักที่สามารถผลักดันให้ประเทศพัฒนาไปสู่ประเทศไทย 4.0 ได้แก่ IoT, big data, AI, cloud (อ้างอิง : Bangkok post และ ecommercelQ)

      ส่งผลให้มหาวิทยาลัยรังสิต สร้างจุดแข็งของหลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมสร้างบัณฑิตไอซีทีพันธุ์ใหม่ที่มีทักษะด้านวิชาชีพสู่ภาคอุตสาหกรรม  

   

      วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ (DIIT) มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดให้มีการเรียนการสอนที่เข้มข้นมากขึ้นโดยจัดให้มีวิชาบังคับในทุกหลักสูตรทั้งหมด 7 รายวิชา  ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะอนุกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดังนี้

1. วิชา ITE 460 อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) หรือ IoT

2. วิชา CSC 472 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI

3. วิชา CPE 474 วิทยาการหุ่นยนต์เบื้องต้น (Introduction to Robotics)

4. วิชา ITE 495 การเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ (Robotics Programming)

5. วิชา CSC 475 ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics)

6. วิชา ITE 470 วิทยาการข้อมูล (Data Science)

7. วิชา CIT 206 ธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ (Innovative Startup)

8. วิชา RSU 151 ประสบการณ์จากการสตาร์ทอัพและการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ (Startup and Entrepreneurship Experiences)   

 

     “นอกจากทักษะทางด้านวิชาชีพในเทคโนโลยีใหม่แล้ว เรายังเน้นให้นักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทำงานเป็นทีม นำเสนอผลงาน และสื่อสารกับผู้อื่นได้ โดยลบภาพเดิมๆ ที่คนมักมองว่าเด็กไอซีทีสื่อสารกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ซึ่งก่อนจะเป็นรายวิชาต่างๆ มหาวิทยาลัยรังสิตมีการจัดอบรมให้แก่บุคคลภายนอก Startup และมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมจัดอบรมให้แก่คณาจารย์และนักศึกษาอยู่แล้ว อาทิ สำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ธนาคารออมสิน บริษัท คล่องเทคโนโลยี จำกัด บริษัท True Corporation จำกัด (มหาชน)  AIS เป็นต้น" ผศ.ดร.เชฏฐเนติ กล่าว

 

 

     นอกจากนี้ ทางวิทยาลัยได้จัดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้เรียนวิชา RSU 151 ประสบการณ์จากการสตาร์ทอัพและการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ (Startup and Entrepreneurship Experiences) และ วิชา CIT 206 ธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ (Innovative Startup) โดยให้นักศึกษานำเสนอแนวคิด สร้างสรรค์ชิ้นงาน นำเสนอต่อคณะกรรมการทั้งภายในและภายนอก ผ่านการคอมเมนต์แบบเข้มข้น เพื่อฝึกให้นักศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของตนเองจนถึงชั้นปีที่ 4  โดยมหาวิทยาลัยผลักดันให้นักศึกษาแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง 

 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ