ถอดบทเรียนนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ “ณธัญ ตู้จินดา” Developer สายพันธุ์ใหม่

14 May 2019

   

     ในวัย 39 ปี ณธัญ ตู้จินดา เคยเป็นวิทยากรพิเศษ สาขาวิชา Computer Art คณะดิจิทัลอาร์ต ม.รังสิต เป็นผู้จัดการ บริษัท เซรามิค ฮัท จำกัด ก่อนจะขยับมาเป็นเจ้าของกิจการ พูนศรีอพาร์ทเม้นต์ ซึ่งเป็นธุรกิจของทางบ้าน และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูนศรีชำนาญการ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด และ บริษัท ตู้พลอย พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด อย่างเต็มตัวในปัจจุบัน

 

     และคงไม่เกินเลยไปนัก ที่จะกล่าวว่าบทบาทการงานทั้งหมดของเขา เกี่ยวข้องกับงานอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด จวบจนวันนี้เขาเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างตึกแถวพร้อมขายกว่า 40 ยูนิต ด้วย "กฎไตรมาตร" กฎที่เขาได้ประยุกต์จากหลักการบวกกับประสบการณ์ และนำไปใช้ได้กับโครงการแนวราบทุกแห่งทั่วประเทศไทย โดยเขาเริ่มต้นจากโครงการเล็กๆ สู่การต่อยอดเป็นโครงการจัดสรรขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

 

     แต่ก่อนเขาจะมาถึงผลสำเร็จในชีวิตอย่างที่มีในวันนี้ เขาต้องผ่านบทเรียน ฝึกฝนอะไรมาบ้าง ตั้งแต่บรรทัดต่อจากนี้ไป เราจะได้ทำความรู้จักเขาไปพร้อมๆ กัน

 


     ณธัญ ตู้จินดา ศิษย์เก่าคณะศิลปะและการออกแบบ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์อาร์ตมหาวิทยาลัยรังสิต (ในขณะนั้น) เริ่มต้นเล่าว่า “เป็นเด็กที่เกิดมาบน ความสบาย แต่สิ่งที่ไม่สบายคือ มีคนคิดแทนแทบทุกอย่าง ผมถูกปลุกฝังมาตั้งแต่เด็กให้เรียนสายวิทย์ ให้เป็นหมอ หรือ ทันตแพทย์ (คุณปู่ผมเป็นทันตแพทย์และเลี้ยงผมมาตั้งแต่แบเบาะ) ซึ่งผมก็เรียนสายวิทย์มานี่แหละ เรียนแบบไม่ได้เก่ง แบบไม่ได้ชอบสิ่งที่เรียนเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเอ็นท์ไม่ติด และคุณพ่อเห็นผมชอบพวกงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิกอยู่ ก็เลยแนะนำหลักสูตร Computer Art ของ ม.รังสิต ว่าสนใจไหม ผมก็บอกว่า เฮ้ยอยากเรียนสิ เพราะเราไม่อยากเรียนวิชาที่เราไม่ชอบอีกแล้ว”

 

 

     ในวันที่เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัย ณธัญ เล่าว่า ให้สัญญากับคุณพ่อไว้ว่าจะตั้งใจเรียน ซึ่งเขาก็ทำดีมาโดยตลอด จนจบได้ด้วยเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับ 2 ของรุ่น “ถ้าให้เล่าย้อนถึงช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยรังสิต ผมว่าตัวเองโชคดีที่เอ็นท์ไม่ติด เพราะไม่อย่างนั้นคงมายืนอยู่จุดนี้ไม่ได้ สำหรับผม ม. รังสิต ค่อนข้างทำให้ผมรู้สึกมีอิสระ จะว่าค้นหาตัวเองเจอจากที่นี่ก็ว่าได้ ก่อนหน้านี้อาจจะมีพื้นฐานชอบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว แต่พอมาเรียนลึกเข้าไป ก็รู้สึกว่ายิ่งใช่ และก็ทำได้ดี อีกทั้งอาจารย์ในคณะเองนอกจากให้ความรู้แล้วก็ให้อิสระทางความคิดมากๆ ทำให้พอจบออกมาทำงานแล้ว เราได้สิ่งเหล่านี้ติดออกมา สามารถพลิกแพลง แก้ไขสถานการณ์ มีทัศนคติที่ดีต่องาน”


     หลังจบปริญญาตรี ณธัญ ทำงานด้านการสอนคอมพิวเตอร์กราฟิก และศึกษาต่อปริญญาโท แต่ก็ต้องพบจุดพลิกผันเมื่อคุณพ่อเสีย จึงต้องหยุดเรียน แล้วหันมาช่วยดูแลกิจการของครอบครัว

 

   

 “ตอนนั้นมาช่วยดูแลกิจการพูนศรีอพาร์ทเม้นต์ จนสามารถมีคนมาเช่าได้ครบ จากนั้นก็เลยอยากต่อยอด จับพลัดจับผลูจนได้ไปทำอสังหาริมทรัพย์ที่อยุธยา ไปสร้างตึกแถว สร้างทาวน์โฮมขาย แต่ย้อนกลับไปตอนแรกๆ ที่ต้องมาทำกิจการต่อจากครอบครัว ถามว่ารักสิ่งนี้หรือยัง ยังนะ ตอนนั้นอายุ 25 เข้ามาแล้วเจอปัญหาเพียบ ก็แก้ไปทีละเปราะ ใช้เวลาแก้อยู่ 3 ปี พอทำจนสำเร็จก็เลยรู้ว่าปัญหาก็ไม่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่ได้จากมหาวิทยาลัยก็คือ ปกติอพาร์ทเม้นต์เก่าก็ทาสีเหมือนกันให้จบๆ แต่เราจบศิลปะและการออกแบบมา ก็ถามลูกค้าว่าอยากได้ห้องสีอะไรก็ได้ เดี๋ยวผมจะทาให้ แล้วก็ปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์ใหม่ คือเหตุผลหลักๆ มันเป็นเรื่องคิดนอกกรอบ และ ความคิดสร้างสรรค์ จุดนี้เราได้จากที่เรียน แล้วเอามาบวกกับการบริหารธุรกิจที่เราด้นสดๆ เมื่อเริ่มจับแนวทางได้ รายได้ จากค่าเช่าก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ”

 


     แม้จะยากและเหนื่อยในวันนั้น แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจจริงกับงานด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมแนวคิดที่ฝังลึกในใจว่าปัญหาทุกอย่างมาคู่กับความสำเร็จเสมอ “ไม่มีใครที่จะพูดว่าตัวเองสำเร็จแล้วไม่เคยเจอปัญหา เป็นไปไม่ได้ แต่เวลาเจอปัญหาก็แค่แก้ไปทีละปม เหมือนการเดินขึ้นบันได ปัญหาที่ง่ายๆ ก็เหมือนเดินไปเรื่อยๆ พอปัญหายากขึ้นก็เหมือนขึ้นไปชั้นสูงขึ้น แต่มันจะมีความสุขนะเมื่อเดินถึงชั้นบนสุดแล้วออกไปเจอวิว ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ขอแค่แก้ไม่ใช่ละเลย อย่างงาน Develop เวลาเกิดปัญหาไม่ได้ตกอยู่กับเราคนเดียว เพราะการสร้างบ้านขายเป็นของลูกค้า ถ้าเกิดปัญหาแล้วไม่แก้ ไม่ใช่แค่เราเดือดร้อน ลูกค้าที่ซื้อบ้านไปก็เดือดร้อน ผมว่าเราควรมีความรับผิดชอบต่องาน เอาใจเขามาใส่ใจเรา เอาใจเราไปอยู่ในใจเขา”

 


     จวบจนปัจจุบัน ณธัญ ตู้จินดา เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ซื้อบ้านกับโครงการจัดสรรของเขาและเป้าหมายที่ใหญ่มากขึ้นกับรายได้ถึง 8 หลัก พร้อม กฎไตรมาตร ที่เขาประยุกต์จากประสบการณ์ ว่าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ 1. ทำเลดี 2. ราคาได้ 3. ดีไซน์โดน ซึ่งทุกอย่างต้องสมดุลกัน จึงจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ ขณะเดียวกันความสำเร็จของงานอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องใช้เวลา

      “ถ้าถามว่ารางวัลในการทำอาชีพเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทุกวันนี้คืออะไร ผมว่าคล้ายๆ กดว้าว....คืออสังหาฯ ไม่ได้มีอินฟินิตี้ สโตน เหมือนธานอส มันดีดเปาะไม่ได้ ทุกอย่างของงานอสังหาฯ มันใช้เวลา หลายเดือนหรือเป็นปีๆ ดังนั้น เมื่อเราทำงานจนสำเร็จ เราอยากจะว้าวกับงานของเรา และมันจะดีมากๆ ถ้าคนอื่นว้าวด้วย (หัวเราะ) มันภูมิใจครับ ไม่ว่าจะเป็นงานสร้างขาย ที่มีคนชอบและซื้อบ้านจากเรา บางทีเขาอยู่ไปตลอดชีวิต เหมือนเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา ถ้าไม่ดี เขาก็ด่าเราทั้งชีวิตเหมือนกันนะ (หัวเราะ)”

 



     ท้ายที่สุดตลอดเส้นทางสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ณธัญ ตู้จินดา สรุปไว้ว่า ความสำเร็จเมื่อมองจากทางไกลๆ มีชื่อว่า “ความฝัน” เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ เปลี่ยนชื่อเป็น “เป้าหมาย” และ เมื่ออยู่ในมือ มีชื่อว่า “ความสุข” ก็เหมือนกับสโลแกนของ พูนศรีลอฟท์ บูทีค อพาร์ทเม้นท์ ธุรกิจของเขาที่แสดงเจตนารมณ์ไว้ว่า “ ความสุข...ในทุกๆ วัน”

 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ