อยากเป็นแอร์ (โฮสเตส) ใจจะขาด สอบตกการสอบแอร์กว่า 10 ครั้ง!! ก็บ่หยัน

22 Jun 2021

อยากเป็นแอร์ (โฮสเตส) ใจจะขาด สอบตกการสอบแอร์กว่า 10 ครั้ง!! ก็บ่หยัน

ไพลิน ทองหลิม ศิษย์เก่าวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ ม.รังสิต

#วัยรุ่นวุ่นWhy #RSULiveSeries #อยากเป็นแอร์โฮสเตสใจจะขาด

 

            “แอร์อุ้ม” นางสาวไพลิน ทองหลิม ศิษย์เก่าสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตแอร์โฮเตสผู้มีประสบการณ์การบินกว่า 7 ปี ในประเทศกาตาร์ กับเรื่องราวกว่าจะเป็นแอร์โฮสเตส เธอสอบตกการสอบแอร์โฮสเตสกว่า 10 ครั้ง แต่ด้วยความมุ่งมั่นอยากจะประกอบอาชีพนี้ จึงทำให้เธอไม่หยุดที่จะลองและพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ทุกวันนี้แม้จะไม่ได้ประกอบอาชีพนี้แล้ว แต่ก็มีประสบการณ์ มีเรื่องเล่า และมีเทคนิคดีๆ ที่จะมาถ่ายทอดให้น้องๆ ได้คลายสงสัยกัน

 

 

“การล่าฝันกำลังเริ่มขึ้น”

พี่อุ้มพักอาศัยอยู่ที่ดอนเมือง เวลาเราไปสนามบินก็จะเห็นแอร์โฮสเตสเขาเดินลากกระเป๋า ทำไมเขาสวยจังเลย? ทำไมเราอยากเป็นอย่างนั้น? แล้วเขาบินไปไหนบ้าง? ดูมันเก๋ ดูมันสวย เขาแต่งตัวเท่ เราอยากเป็นบ้าง พอพี่อุ้มจบม.6 พี่อุ้มก็สมัครเข้าที่ม.รังสิตเลยค่ะ ม.รังสิตครบด้วยอุปกรณ์การเรียนทุกอย่าง อุ้มไปฝึกงานก่อนที่สนามบิน ตอนนั้นฝึกงานเป็น Ground Staff ที่ BFS อยู่ที่ Department Lost & Found ก็คือติดตามสัมภาระที่หายของผู้โดยสาร แน่นอนค่ะว่าทุกคนที่เข้ามาต้อง Complain ตอนนั้นภาษาอังกฤษพี่อุ้ม เรียกว่าปานกลาง พูดได้ สนทนาได้ ระยะเวลา 3-4 เดือน ตอนฝึกงานนั้น บอกเลยว่าพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก ฝึกงานเสร็จก็ได้มีการชักชวนจากรุ่นพี่ สมัครแอร์กันไหม ด้วยตอนนั้นเรายังไม่มีวุฒิ ยังไม่ได้ใบจบปริญญา ผู้สมัคร 3000 คน พี่อุ้มสมัครกาตาร์ทั้งหมด 8 ครั้ง ใช้เวลาประมาณปีครึ่ง แล้วก็สายการบินอื่น ๆ ที่พี่อุ้มสมัครไปอีก คือ  สายการบิน Japan Airlines เข้ารอบ Final สุดท้าย แต่ก็ตกรอบ แล้วก็ไป Singapore ก็ไม่ได้ เลยคิดว่ากาตาร์นี่แหละสายการบินแขกนี่แหละ เราต้องเอาให้ได้สักสายการบินหนึ่ง สรุปพี่อุ้มก็ได้กาตาร์

 

“หนูสายตาสั้น ส่วนสูงหนูเตี้ย หนูเป็นแอร์ฯได้ไหม”

มีคนจะสงสัยว่าเป็นแอร์ได้ไหม บางสายการบินก็บังคับให้ลูกเรือใส่คอนเทคเลนส์ แต่สายการบินของพี่อุ้มโชคดีมากๆ ใส่แว่นสายตาไปบินได้ค่ะ ส่วนเรื่องส่วนสูงพี่อุ้มบอกเลยว่าส่วนสูงขั้นต่ำของการเป็น แอร์โฮสเตส คือ 156 เซนติเมตร ค่ะ สายการบินของพี่อุ้มเขาไม่วัดส่วนสูงแต่เขาวัดการเอื้อมแตะ ให้ปลายนิ้วของเราถึง 2.12 เมตรให้ได้ โดยเท้าเปล่า เพราะว่ามันมีเหตุผล เครื่องบินทุกเครื่องจะเก็บอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเขาก็จะเก็บไว้บน Overhead Bin ก็ไม่แปลกใจ ทำไมเขาชอบตัวสูงๆ กันจังตอนแรกคิดว่าเอาไปเป็นนางแบบหรือเปล่า ไปเดินสวยๆ แต่จริงๆ มันมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังนั่นเอง นั่นคือเรื่องความปลอดภัย

 

“พื้นฐานสู่อาชีพแอร์”

จากการเรียนที่ ม.รังสิต พี่อุ้มก็ยังมีพื้นฐานในระดับกลาง ที่ว่าโอเคพูดคุยสนทนาได้ปกติ พอไปฝึกงานก็เลยดีขึ้น พอเราเรียนจบ ก็เลยไปสอบ TOEIC เพื่อเอาไว้เป็นใบเบิกทาง พี่อุ้มพูดได้แค่สองภาษา คือไทยอังกฤษ อังกฤษไทย และไม่มีคณะไหน วิชาไหน ยากหรือง่าย อยู่ที่ว่าเราถนัดหรือไม่ถนัดวิชานั้น แต่อยากให้ตั้งใจเรียนแล้วก็รู้จุดมุ่งหมายของตัวเองว่าตัวเองอยากทำอะไรในอนาคต อาจารย์ปล่อยของให้เยอะมาก เพราะว่าอาจารย์ที่สอนเป็นแอร์เก่า สจ๊วตเก่า หรือบางคนก็มีประสบการณ์ด้านการบิน อาจารย์เป็นระดับ Purser เขาก็ปล่อยวิชาปล่อยเคล็ดลับบางอย่างที่เราไม่รู้

 

 “การแก้ปํญหาเฉพาะหน้าในฐานะหัวหน้างาน”

ในเที่ยวบินที่หัวหน้าแอร์พี่อุ้มบิน ทุกคนจะวิ่งเข้ามาหาเราหมดเลย มีอยู่ Flight หนึ่งพี่อุ้มบินจาก Barcelona เข้า Doha บินระยะเวลา 6-7 ชั่วโมง แค่ 6-7 ชั่วโมงนะคะ เหตุการณ์อะไรมากมายเกิดขึ้น มีอยู่เคสหนึ่งที่หนักมาก เขาต่อยกัน เหตุผลเพราะอะไรรู้ไหมคะ ผลักเบาะค่ะ ผลักเบาะแล้วไม่ขอโทษกัน แล้วก็มีเคสผู้โดยสารป่วยบนเครื่อง ผู้โดยสารอยู่ดี ๆ ก็ชักไม่หยุดเลยและเกร็ง เราก็ต้องตัดสินใจว่าจะปฐมพยาบาลอย่างไร ช้าไม่ได้ไม่อย่างนั้นจะหมายถึงชีวิตของผู้โดยสาร

 

 

“เงินเดือน และ เรื่องประทับใจ”

ขอพูดถึงเกี่ยวกับสายการบินกาตาร์ Contract ของเขาจะเริ่มต้น Minimum  2 ปี แอร์กาตาร์เปิดให้โอกาสทุกคน แต่ขอให้คุณ Fit to Fly เท่านั้นเอง ตอนพี่อุ้มบินใหม่ๆ พี่อุ้มได้บินอยู่ประมาณ 60-70 ชั่วโมง ณ เวลานั้น แต่สุดท้ายแล้วมันจะค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ที่ความเก๋าประสบการณ์ ที่บริษัทกาตาร์ มีเครื่องบินอยู่ประมาณ 100-300 ลำ ยิ่งเราเทรนด์เครื่องมากเราก็จะยิ่งได้บินมากและนั่นหมายถึงเราทำเงินได้มาก ส่วนเงินเลี้ยงชีพ Rate ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น พี่อุ้มเป็นหัวหน้า อยู่ที่ 4-5 หมื่นต่อเดือน ซึ่งรายได้ก็เป็นข้อดีอย่างแรกเลย อยู่ที่นู่นเราสามารถซื้อบ้านซื้อรถดูแลครอบครัวได้ อย่างที่สองคือเราได้ไปเที่ยวรอบโลก และวันหยุดก็ได้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา สุดท้ายพี่อุ้มขอฝากเพจ แอร์แขกแขวนปีก คำว่าแขวนปีกมีความหมายว่าเลิกบินแล้ว ช่วงนี้สายการบินปิดตัวไปหลายราย แล้วก็มีหลายสายการบินพลิกช่วงวิกฤตนี้เป็นโอกาส อย่างสายการบินกาตาร์เอง ไม่เคยหยุดบินเลย พี่อุ้มเชื่อว่าอีก 2-3 ปีมันจะกลับมา บูม อีกครั้งอยากให้น้อง ๆ ตั้งใจค่ะ

 

“Culture Shock ที่ต้องเจอกับกฎเกณฑ์ที่ต้องปรับ”

ประเทศกาตาร์เป็นต่างประเทศเดียวที่พี่อุ้มไป พี่อุ้มไม่เคยออกนอกประเทศเลย พี่อุ้มไปตอนนั้นอายุ 23 ไปคนเดียวหลังจากที่สมัครแอร์ได้ คนก็เข้าใจว่าอยู่ประเทศตะวันออกกลางก็น่าจะติดอิรัก อิหร่าน ที่เขามีสงคราม แต่จริงๆ แล้วถือเป็นประเทศที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง จะเจอ Culture Shock อะไรหลายๆ อย่างและกฎเยอะมากจริงๆ อย่างเรื่องง่ายๆ เช่น เหตุการณ์เคอร์ฟิวต้องกลับหอก่อน ตี3 หรือตี 4 เขาเช็คโดยมีการ์ดอันนึงให้ติ๊ก โดยมียามอยู่หน้าหอคอยเฝ้า ลูกเรือกาตาร์ต้องนอนก่อน Take Minimum Rest ต้องนอนก่อนFlight 12 ชั่วโมงก่อนจะบินทุก Flight อันนี้ Break กฎไม่ได้เลยแม้แต่นาทีเดียวแต่ก็ต้องปรับตัวให้ได้

 

“เป็นแอร์โฮสเตสได้ ต้องเก่ง และดูดีจริงหรือ”

พี่อุ้มเป็นคนไม่สวยเลยนะคะ ยิ่งถ้าลบเครื่องสำอางค์ เพียงแต่ขอว่าให้เป็นคนที่สะอาดและดูดีถึงจะเป็นแอร์และสจ๊วตได้ รวมทั้งจะต้องมีส่วนสูงที่สายการบินนั้นๆ กำหนด สำหรับใครที่อยากเป็นแอร์โฮสเตสอย่งจริงจัง ตอนนี้เริ่มดูแลรักษาจุดที่เราบกพร่อง ปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ตอบโจทย์กับสายการบินที่ต้องการ มีคำถามว่าสามารถทำศัลยกรรมได้หรือไม่ จริงๆ ได้หมดทุกส่วนถ้าไม่กระทบกับการทำงาน ส่วนเพื่อนพี่อุ้มเป็น สจ๊วตอยู่ที่สายการบินหนึ่งที่อเมริกา ด้วยความที่อเมริกาเป็นประเทศที่ Open มากๆ จะเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ทำงานได้ เพราะฉะนั้น น้อง ๆ ไม่ต้องกลัว ถ้าหนูเก่ง หนูมีของดี หนูไม่ต้องแคร์เลยว่าหนูเป็นสาวสองหรือสาวสามสามารถเป็นแอร์ได้

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ