มองทิศทางภาพยนตร์ไทยยุค Post Covid-19

08 Apr 2023

     วงการภาพยนตร์ไทยเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ที่ส่งผลให้พฤติกรรมการชมภาพยนตร์เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ต้องเดินทางออกจากบ้านไปชมในโรงภาพยนตร์ เป็นรับชมภาพยนตร์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อยู่ที่บ้าน ทำให้โรงภาพยนตร์และฝ่ายผู้ผลิตภาพยนตร์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้เข้าใจทิศทางการปรับตัวและการเติบโตของวงการภาพยนตร์ไทยมากขึ้น อาจารย์ชนาพร มหาศรี หรือ อาจารย์ฟ่อน อาจารย์น้องใหม่สาขาภาพยนตร์ดิจิทัล (DFM) แต่ไม่ใหม่ในวงการคนทำหนังได้แวะมาเล่าเรื่องราวให้กับน้องๆ และผู้ที่สนใจได้ทราบกัน

 

การปรับตัวของภาพยนตร์ไทย จากยุค Covid -19 สู่ยุค Post Covid-19

     อ.ชนาพร กล่าวว่า ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเกิดผลกระทบอย่างหนัก จากปัจจัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้อุตสาหกรรมของภาพยนตร์ไทยมีรายได้ลดลง และพฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์มีการปรับเปลี่ยนไป ผู้ชมมีทางเลือกในการชมภาพยนตร์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง (Streaming) ได้หลากหลายช่องทาง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นในตลาดไทยหรือต่างประเทศต่างหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ โดยเฉพาะประเทศที่สามารถผลิตคอนเทนต์ได้ดีและแข็งแรงอย่างประเทศฝรั่งเศส เกาหลี ญี่ปุ่น และในปัจจุบันภาพยนตร์อินโดนีเซียเติบโตขึ้นแซงภาพยนตร์ไทยไปอย่างก้าวกระโดด ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 50% เมื่อเทียบกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด และถ้าให้กล่าวถึงภาพยนตร์ของประเทศเกาหลีสามารถเติบโตไปได้ไกลกว่าภาพยนตร์ไทย 5-7 ปี

 

     วงการภาพยนตร์ไทยจึงควรเริ่มต้นในระยะสั้นจากความร่วมมือของคนภายในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและการสนับสนุนจากองค์กรท้องถิ่น เช่น ภาพยนตร์ไทยเรื่อง เธอกับฉันกับฉัน (2023) ที่ได้รับความร่วมมือการสนับสนุนจากองค์กรส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครพนมในการลดค่าเช่าสถานที่ถ่ายทำ ช่วยให้การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้มีกระบวนการในการถ่ายทำ และการประสานงานที่สะดวกมากขึ้น การสนับสนุนของส่วนท้องถิ่นยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมการตลาดของจังหวัดที่เล่าเรื่องราวผ่านสื่อภาพยนตร์ได้อีกด้วย

     นอกเหนือจากความร่วมมือที่ได้กล่าวไปข้างต้น อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเดินหน้าพัฒนาควบคู่ไปพร้อมๆ กัน คือ การเน้นคอนเทนต์ที่สด ใหม่ หลากหลาย และสามารถทัดเทียมเท่ากับต่างประเทศเพื่อให้ภาพยนตร์ไทยสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง ดังเช่นปัจจุบันเมื่อระบบสตรีมมิ่งมีการเติบโตและขยายตัวมากขึ้น ภาพยนตร์ไทยที่เป็นที่นิยมของคนในภูมิภาคเอเชียก็สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการที่จะทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเติบโตได้ดี การผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และการพัฒนาโครงสร้างกระบวนการสร้างภาพยนตร์ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนสำคัญ ปัจจุบันจะสังเกตเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเริ่มลงพื้นที่และให้ความสำคัญกับความเป็นท้องถิ่น (Local) จึงทำให้เริ่มมีการผลิตคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมภาพยนตร์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “ปฏิบัติการกู้หวย (2022)” ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเน็ตฟิก หรือภาพยนตร์เรื่อง “Blue Again (2022)” ภาพยนตร์ไทยของนักศึกษาที่นำส่งอาจารย์สามารถโกอินเตอร์ได้เข้าชิงรางวัลที่ปูซาน ประเทศเกาหลี และกลายเป็นที่รู้จักของกลุ่มผู้ชมภาพยนตร์อิสระมากขึ้น

 

ทักษะที่คนทำหนังยุคใหม่ควรมี

     อ.ชนาพร ให้คำแนะนำว่า “ทักษะแรกที่ควรมี คือ ทักษะการดูให้เป็น หมายถึง เริ่มต้นจากมุมมองของการเป็นผู้ชม (คนดู) หรือผู้เสพสื่อ ถ้านักศึกษาสามารถเข้าใจในมุมมองของผู้ชม (คนดู) ในฐานะผู้ผลิตจะเลือกผลิตผลงานเพื่อผู้ชมว่า “ต้องการที่จะรับชมอะไร หรือผู้ชมควรจะได้รับชมอะไร” สอง : ทักษะการสื่อสารเนื่องจากกระบวนการการสร้างภาพยนตร์หรือการผลิตชิ้นงานหนึ่งชิ้นนั้นประกอบไปด้วยบุคลากรหลากหลายตำแหน่งและความหลากหลายนั้นสามารถทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นการตีความหมายที่แตกต่างกัน การละเลยในการอัพเดทรายละเอียดข้อมูลให้กับฝ่ายต่างๆ รวมไปถึงความเข้าอกเข้าใจหรือการเลือกใช้การสื่อสารแบบประนีประนอมเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับการทำงานได้มากขึ้น สาม : ทักษะการพัฒนา หรือการเรียนรู้ในเรื่องราวใหม่ๆ เนื่องจากในปัจจุบันเทรนด์และเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ในฐานะบุคลากรในวงการภาพยนตร์ หรือผู้ผลิตสื่อจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองและเรียนรู้เทคนิค ทักษะการใช้อุปกรณ์ การเท่าทัน กระแสนิยมในปัจจุบันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้ได้ตามความต้องการผู้ชม เมื่อนักศึกษามีการพัฒนาตัวเอง และเปิดใจเปิดรับเรื่องราวใหม่ๆ ก็จะได้ความรู้และประสบการณ์ที่สด ใหม่ สามารถต่อยอดแนวความคิดอื่นๆ ได้เพิ่มเติมด้วย”

 

ฝากถึงน้องๆ ที่มีความสนใจ

     “น้องๆ ที่สนใจ หรือใฝ่ฝันอยากทำงานในวงการภาพยนตร์ สาขาการภาพยนตร์ดิจิทัล (DFM) วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จะปูพื้นฐานให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตของภาพยนตร์ดิจิทัลในทุกๆ รูปแบบ เริ่มต้นตั้งแต่การปูพื้นฐานประวัติศาสตร์และความเป็นมาของภาพยนตร์ การเขียนบทภาพยนตร์ รวมถึงการสร้างพื้นฐานการผลิตสื่อในรูปแบบต่างๆ เช่น การผลิตภาพยนตร์ขนาดสั้นขนาดยาว ภาพยนตร์ทดลอง ภาพยนตร์โฆษณา ภาพยนตร์สารคดี หรือการผลิตละคร ซีรีส์ และมิวสิควิดีโอเพลง เป็นต้น เน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจากประสบการณ์จริง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการลงมือทำ (Learning by Doing) สาขา DFM นี้จึงเป็นเสมือนสนามเด็กเล่นให้นักศึกษาได้ลองหกล้มจริง โดยจะมีพี่เลี้ยงหรืออาจารย์เป็นโค้ชดูแลและแนะนำวิธีการรักษา ได้เรียนรู้ และสามารถนำประสบการณ์ไปต่อยอดในสนามของชีวิตจริงในอนาคตได้” อ.ชนาพร กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ