ช่วงนี้เป็นฤดูแห่งการรับน้องใหม่ หลายๆ คณะก็จัดพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รุ่นพี่เตรียมตัวรับรุ่นน้องชะเง้อรออยู่หน้าคณะว่าคนไหนรุ่นน้องคณะเรา ส่วนรุ่นน้องก็แต่งตัวใสๆ น่ารักๆ เดินชะเง้อมองหารุ่นพี่ เอ๊ะนี่ใช่รุ่นพี่คณะเราหรือเปล่า คนนอกอย่างเรามองแล้วก็ย้อนนึกถึงวัยละอ่อนตอนสมัยปีหนึ่ง ภาพแล่นมาในหัวกันเลยทีเดียว...

ยุคสมัยนี้มันดีนะ มีพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่มากมายได้บอกเล่า ได้แชร์เรื่องราวและสิ่งที่ตัวเองคิด ระหว่างที่กำลังรูดปรื้ดๆ เฟตบุ๊กอยู่นั่น ก็เจอสเตตัสยาวๆ อันหนึ่ง แหม่กะจะเลื่อนผ่านแล้วตามสไตล์เกิน 8 บรรดทัดไม่อยากอ่าน ^^ แต่ไม่ได้สิ มองไปที่โปรไฟล์เฟตบุ๊กเอ๊ะนี่ รุ่นน้องที่คณะนี่นา เลยต้องอ่านเสียหน่อย

เมื่ออ่านจบเลยมีความคิดว่า อยากแชร์ อยากเล่าต่อ เพราะเคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน!
“มีเรื่องเล่าของเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังจะข้ามถนนครั้งแรก เขาตัดสินใจข้ามโดยที่ในใจของเขายังกลัวและหวาดกังวลกับถนนใหญ่เบื้องหน้า ก้าวแรกที่เขากำลังก้าวเดินออกไป กลับพบกับรถใหญ่คันหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาประชิดตัวเขา เขาตัดสินใจเลือกที่จะหันหลังกลับมายืนอยู่ที่จุดเดิม ทำตามคำบอกเล่าของผู้ปกครองว่าควรก้าวเดินอย่างไรให้ปลอดภัยจากถนนใหญ่ข้างหน้า เขาทำตามคำบอกเล่าจนลืมเสียงคำตอบของตนเอง อยู่มาเรื่อยๆ วันหนึ่งเขาตัดสินใจจะข้ามถนนด้วยตัวเองอีกครั้ง เขารวบรวมความกล้าอันน้อยนิดที่เกิดขึ้นในจิตใจของเขา ลองทำตามเสียงคำตอบของตัวเอง จนเขากล้าข้ามถนนด้วยตนเอง ณ ตอนนี้เด็กผู้ชายคนนั้นกำลังก้าวข้ามผ่านถนนมาใกล้จนเกือบสุดทาง เขายังคงตั้งมั่นจะก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ออกก้าวเดินไปตามหาปลายทางของถนนเส้นนี้....
ปลายทางที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังตามหา กับความกล้าในการก้าวข้ามผ่านถนนเส้นใหญ่...

ปล 1 : วันที่เรากำลังจะได้ขึ้นปีสี่ เสียงโทรศัพท์ที่โทรหาพ่อแม่ นั่นคือ ความรู้สึกภูมิใจของลูกคนหนึ่งที่เคยก้าวพลาด และตัดสินใจกล้าที่ลองก้าวเดินอีกครั้งด้วยตัวเอง... เราเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกผิดกับพ่อแม่เสมอ กับการก้าวเดินช้าไปหนึ่งก้าวกว่าเพื่อนๆในรุ่นหรือในกลุ่ม แต่ต้องขอบคุณหัวใจของเขาทั้งสองคนที่กล้าและเป็นทุกกำลังใจสำคัญในการก้าวเดินครั้งนี้ สิ่งต่างๆที่ผ่านมาเปรียบเสมือนบทเรียนสำคัญในชีวิตของเรา เราได้เรียนรู้และจดจำทุกช่วงเวลาของชีวิตที่เคยผิดพลาด ชีวิตไม่ได้สิ้นสุดในจุดที่เราตัดสินใจพลาด แต่ชีวิตของเรายังสามารถเริ่มต้นออกเดินทางใหม่ได้เสมอ ถ้าใจเราสู้และพยายาม
"พ่อแม่ ภูมิกำลังจะขึ้นปี 4 แล้วนะครับ" (เสียงในโทรศัพท์)

ปล 2 : เราไม่เคยมองว่ามหาลัยรัฐหรือมหาลัยเอกชนนั้นอะไรดีกว่ากัน เรามองแค่ว่า มหาลัยเอกชน และคณะที่เราอยู่ตอนนี้ต่างมอบโอกาสและสิ่งดีๆ ในชีวิตของเราให้เกิดขึ้นมากมาย มหาลัยเอกชนไม่ใช่คนรวยเท่านั้นที่จะเรียนได้ มหาลัยเอกชนเป็นมหาลัยที่เปิดโอกาส ให้เด็กที่กล้าตัดสินใจเลือกแนวทางในชีวิตของตนเอง ว่าพวกเขานั้น ต่างเป็นผู้กล้า กล้าที่จะเลือก กล้าที่จะคิด กล้าที่จะลองเดินตามความฝัน

ถนนเส้นนี้ยังคงอีกไกล แต่เราก็จะยังคงตั้งใจก้าวเดินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด...
จริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องราวที่จะมาอวดหรือพ่นคำพูดสวยหรูอะไร เราเป็นแค่คนหนึ่งที่พอมีความรู้สึกได้ขึ้นปีสี่ แล้วดีใจก็แค่นั้น กับบางคนมันอาจจะปกติ ธรรมดาไม่พิเศษอะไร สำหรับเรามันคือการก้าวเดินที่สำคัญและวิเศษมากๆ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะครับ บางทีก็งงมันเกี่ยวอะไรกับถนน กับเส้นทาง?? 555.. เรารักคณะ รักมหาลัย รักภาควิชา รักครูอาจารย์ รักเพื่อนในสถานที่แห่งนี้มากๆ มันทำให้เรากล้าตัดสินใจในการก้าวเดิน...
18 : 06 : 10
Cr.Phoori Ratchanon”
"