“สมยศ ปาทาน” ศิษย์เก่า ว.ศิลปศาสตร์ ม.รังสิต ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต

30 Jun 2023

 

 

“เมืองเก่าภูเก็ต” ย่านที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวภูเก็ต อีกหนึ่งแลนด์มาร์คท่องเที่ยวสำคัญของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนประเทศไทยต้องไปดื่มด่ำกับความสวยงามของอาคารสไตล์ซิโนโปรตุกีสผสมผสานความเป็นศิลปะตะวันตกกับตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน แม้ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลให้ “ภูเก็ต” กลายเป็นเมืองไร้ชีวิตชีวาไปชั่วขณะ เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว และไม่มีกิจกรรมใดๆ เกิดขึ้น ทว่าเมื่อเปิดประเทศ “ภูเก็ต” ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลดำเนินการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้จักภูเก็ตมากขึ้น กลับมาเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลตามเดิม

 

 

กว่าจะเป็น “ย่านเมืองเก่าภูเก็ต”

“พี่คาน-สมยศ ปาทาน” ระธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต ศิษย์เก่าวิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในผู้ชุบเมืองเก่าภูเก็ตให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย เล่าว่าอดีตทุกคนจะมาภูเก็ตเพื่อท่องเที่ยวชายหาด ทะเล ทั้งที่ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ มีSoft Power ทั้งอาคาร อาหาร และอาภรณ์ โดยอาคารนั้น มีย่านเมืองเก่าภูเก็ต สถาปัตยกรรมสไตล์ซิโนโปรตุกีส แหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตที่จะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติได้สัมผัสกับความหลากหลายของพหุวัฒนธรรม และวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม

 

ขณะที่ อาหารท้องถิ่นของภูเก็ตก็โดดเด่นไม่แพ้กัน จนได้รับการประกาศจากยูเนสโกว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร และอาภรณ์  “ชุดพื้นเมืองภูเก็ต”  ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แสดงถึงความเป็นลูกหลานชาวบาบ๋า วัฒนธรรมการแต่งกายสวยงาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้พึ่งมาเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเมื่อผ่านมาแล้ว 20 ปี

“หลังจากที่พี่เรียนจบที่ ม.รังสิต พี่ไม่อยากกลับบ้านที่ภูเก็ต เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร นอกจากขายผ้าซึ่งเป็นธุรกิจที่บ้าน แต่พี่อยากทำงานโรงแรม อยากเปิดร้านอาหารของตนเอง จึงได้เริ่มเปิดร้านอาหารในกรุงเทพฯ จนกระทั่งที่บ้านขอให้กลับไปสืบทอดธุรกิจร้านผ้าที่ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ย่านที่เมื่อ20 ปีก่อนไม่มีอะไรเลย มีแต่อาคารบ้านคน และผู้สูงอายุ ส่วนคนหนุ่มสาวกลับออกไปทำงานต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดกันหมด”พี่คาน เล่า

 

ตอนย้ายกลับไปอยู่บ้านใหม่ๆ “พี่คาน” มองว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง เพราะหากไม่ทำอะไรเลย ย่านเมืองเก่าภูเก็ตต้องเป็นเมืองที่มีเพียงผู้คนผ่านมาและผ่านไป ไม่ได้สร้างรายได้ หรืออาชีพให้แก่คนในชุมชน จนกระทั่งได้มารู้จักกับพี่ๆ กลุ่มสนใจประวัติศาสตร์ที่มีการจัดทำประวัติความเป็นมา เรื่องเล่าของเมืองภูเก็ตผ่านงานวิจัยของมหาวิทยาลัย จึงเกิดไอเดียที่จะพัฒนาย่านเมืองเก่าภูเก็ต โดยเริ่มจากการเติมความสว่าง ปรับสีสันของอาคารบ้านเรือนให้สวยงาม และเป็นเมืองที่มีความปลอดภัย

 

 

พี่คาน เล่าต่อว่าช่วงแรกของการพัฒนาเมือง ต้องเริ่มจากการพัฒนาคนในชุมชน เริ่มจากการทำให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ทำหน้าบ้านของตัวเองให้สวยงาม และเมื่อร่วมกันตกแต่งอาคารบ้านเรือนให้สวยงาม นำไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมด และทำให้ย่านเมืองเก่าภูเก็ตเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่จะดึงดูดให้ทุกคนได้มาชมบรรยากาศ ร่วมถ่ายรูปกับตึกเก่าแสนคลาสสิก สวยงาม สีสันสดใส  พร้อมทั้งเนรมิตร้านดั่งเดิมให้พื้นที่ให้ความเป็นมา มีเรื่องเล่าบวกกับความชิคๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยว  อย่าง มีร้านกาแฟฮิปๆ สโลว์ไลฟ์  ร้านขายหนังสือ คาเฟ่ร้านอาหาร และบาร์เครื่องดื่ม รวมถึงร้านจำหน่ายผ้าบาติก ผ้าปาเต๊ะ ที่ถนนถลาง โดยมีชาวมาเลย์และอินเดียเป็นเจ้าของกิจการ นอกจากนั้นย่านนี้ยังเต็มไปด้วยศาลเจ้า คฤหาสน์เก่าแก่ของคหบดีชั้นสูง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเอกสารและแผนภาพทางวัฒนธรรม ขณะที่ทุกวันอาทิตย์ จะมีการเปิด “ถนนคนเดินหลาดใหญ่” ซึ่งเปิดมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 10 ในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 20,000 คน เข้ามาเยี่ยมชม ช้อป ชิม อาหาร สินค้าพื้นเมืองสวยๆ เก๋ๆ และร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ เปิดประสบการณ์เอกลักษณ์วิถีชาวภูเก็ตให้แก่นักท่องเที่ยว

 

 

จากรั้วมหา’ลัย สู่โจทย์การท่องเที่ยว

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา “พี่คาน” ยังคงเดินหน้าร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ชาวบ้านในพื้นที่พัฒนา “ย่านเมืองเก่าภูเก็ต” จนติด 1 ใน 13 เมืองเก่าที่ทรงคุณค่าและสวยงามที่สุดในเอเชีย และได้รับรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของอาเซียน ประจำปี 2561 ประเภท ผลิตภัณฑ์ในเมือง ,รางวัลมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนของอาเซียน ประจำปี 2562-2564 ,รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ประจำปี 2562 (รางวัลกินรี) และรางวัล DASTA Award สาขาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประจำปี 2562 ระดับการพัฒนายอดเยี่ยม อันดับ 1 เป็นต้น

 

พี่คาน เล่าต่อว่าการเรียนรู้ในสาขาการจัดการโรงแรม และวิชาโทเกี่ยวกับงานศิลปะท่องเที่ยวจากรั้วม.รังสิต ทำให้เขาได้นำมาบูรณาการเข้ากับการพัฒนาเมือง และได้หลักในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น การได้ฝึกปฏิบัติงานด้านโรงแรมจริงๆ ตั้งแต่ปี 3 มาจนถึงปี 4 ทำให้มีระบบระเบียบ มีการพัฒนาบุคลิกภาพ มีความรับผิดชอบ มีวินัยในการทำงาน และที่สำคัญทำให้เขามีความตรงต่อเวลา และทักษะภาษา เพราะการเรียนการสอนอย่างภาษาอังกฤษ จะเป็นการเรียนจากเจ้าของภาษา ซึ่งอาจารย์ชาวต่างชาติจะตรงต่อเวลาอย่างมาก เวลาเราทำงานร่วมกับคนหลากหลายสามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้งหมด

“องค์ความรู้จากรั้วม.รังสิต ไม่ได้ให้เพียงทฤษฎีอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตจริงๆ การทำงานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนตลอดเวลา เรื่องนี้ต้องมีทักษะ มีการฝึกฝน และการทำงานในรูปแบบครอบครัว ต้องรับฟังความคิดเห็นจากคนต่างGen ต่างวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทุกวันที่ได้มาทำงานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว ทำกิจกรรมเพื่อการพัฒนาย่านเมืองเก่าภูเก็ตล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้พี่มีความสุข สนุก และอยากทำในทุกวัน ดังนั้น การทำงานในสิ่งที่เรารัก เราชอบ และนำทักษะที่เรียนมาบูรณาการสร้างสรรค์งานเหล่านั้นขึ้นมา เป็นสิ่งที่น้องๆ คนรุ่นใหม่ควรนำมาปรับใช้”พี่คาน กล่าว

 

 

เป้าหมายเมืองท่องเที่ยวสำหรับทุกเพศทุกวัย

ยิ่งได้ร่วมกันทำงาน แลกเปลี่ยน แก้ปัญหากับคนในชุมชน สร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยว การสานสัมพันธ์ทำงานของคนหลายวัยหลากวัฒนธรรม   ดำเนินการตามวิสัยทัศน์ชุมชนมั่นคั่ง สังคมเป็นสุข ขับเคลื่อนโมเดลแผนการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เติมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ให้กับนักท่องเที่ยวเป็นทางเลือก พร้อมทั้งการพัฒนาดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ล้วนเป็นหลักในการทำงานของ “พี่คาน” เพื่อยกระดับย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ  

 

พี่คาน เล่าอีกว่า เป้าหมายของตนเองในฐานะคนภูเก็ต และวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว จะพัฒนาระบบการขนส่ง การเดินทางให้สามารถเข้าถึงย่านเมืองเก่าภูเก็ตได้สะดวกสบายมากขึ้น เพราะในปัจจุบันยังประสบปัญหาเรื่องรถชมเมือง รถท่องเที่ยว เนื่องจากไม่มีรถสาธารณะที่ดีและเพียงพอ การบริการรถสาธารณะจากชาวบ้านจะหมดประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งเป็นอุปสรรคของนักท่องเที่ยวที่ต้องไปเหมารถ หรือต้องเช่ารถทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้น หลังจากนี้จะหารือกับผู้บริการรถสาธารณะในพื้นที่ และจัดทำระบบขนส่ง โดยอาจจะมีระบบราง สมาร์ทบัส ที่เข้ามาช่วยบริการรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาห้องน้ำ ฟุตบาททางเท้าที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ

“พี่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และพร้อมจะทำงานร่วมกับคนหลากหลายวัย เพื่อส่งต่อเมืองเก่าภูเก็ตให้แก่คนรุ่นต่อไป ฉะนั้น ทุกๆโอกาสที่ได้รับจะทำด้วยใจรัก มีความสุข สนุก อยากฝากน้องๆ รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเรียนคณะอะไร ขอให้ค้นหาตัวเองให้เจอว่าจริงๆ ชื่นชอบอะไร ถนัดอะไร สนใจเรื่องอะไร และตั้งใจทำในเรื่องนั้นๆ อย่าชอบเร็วและเบื่อเร็ว ขอให้มีความอดทนมากขึ้น ยิ่งน้องๆ ที่ทำงานในสายการท่องเที่ยว โรงแรม ตอนนี้ตลาดงานเปิดกว้างมาก หรือใครที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากให้มองหาโอกาสให้แก่ตัวเอง มีความรับผิดชอบในงานที่ทำ และจริงจังกับสิ่งที่ทำ” พี่คาน เล่าทิ้งท้าย

 

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ