สูตรสำเร็จการบริหาร คน งาน ผลงาน ต้องใช้กำลัง ‘กาย และ ใจ’

07 Nov 2019

ในยุคแบบนี้คนรุ่นเก่าจะบริหารคน งาน อย่างไรให้โดนใจคน Gen Z รวมถึง Gen X Y ที่มีความต่างวัยต่าง Gen ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสนุก ประสบความสำเร็จ ดูเหมือนจะยากแต่ก็ไม่ง่าย ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าในยุคดิจิทัลขณะนี้ เป็นยุคที่เปลี่ยนโลกให้ต่างไปจากเดิมมากพอสมควร รวมถึงเด็กรุ่นใหม่ที่เราเรียกว่าคน Generation Z หรือ Gen Z ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เมื่อคน Gen X ต้องมาบริหารน้องๆ จะทำอย่างไร? ต้องเข้าใจแค่ไหน? ต้องมีเทคนิคและวิธีการอย่างไร?

 

 

รองศาสตราจารย์พิศประไพ สาระศาลิน คณบดีวิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน เข้ารับรางวัล “รางวัลนักบริหารดีเด่นแห่งปี ๒๕๖๒” (Executive of The Year 2019) สาขาบริหารการศึกษา รางวัลเกียรติยศ...บนเส้นทางชีวิต จัดโดย มูลนิธิเพื่อสังคมไทย มีหลักการบริหารน่ารักๆ และทำให้ทีมร่วมลงเรือลำเดียวกัน สานแนวทางตามนโยบายและเป้าหมายร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างลงตัวและประสบความสำเร็จ รองศาสตราจารย์พิศประไพแนะหลักปฏิบัติในการบริหารงานว่า 1. เราต้องยอมรับว่าผลงานที่สำเร็จได้ดีที่สุดมักจะมาจากการทำงานเป็นทีม ซึ่งเชื่อว่าหลักนี้เป็นหลักที่สำคัญในการบริหารงานที่ทุกคนใช้กันอยู่ เพียงแต่เราต้องพึงระลึกเสมอว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ ไม่ได้ทีมเราคงไม่สำเร็จแน่นอน ทุกความสำเร็จไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ขอยกเครดิตให้ทีมเสมอ 2. เราต้องให้กายและใจกับทุกคน : กายและใจในที่นี่หมายความว่าอุทิศกายในการลงมือลงแรงช่วยทีมในการทำงานตามความเหมาะสม ทำเป็นตัวอย่าง ทำให้เห็นว่าเราสามารถเคียงข้างและสนับสนุนทีมได้ รวมถึงใส่ใจให้ความจริงใจ ซื่อสัตย์สุจริตและคุณธรรมต่อทีมของเรา ซึ่งตรงนี้ในฐานะที่เป็นผู้บริหารการศึกษามากว่า 10 ปี ผู้บริหารทุกคนมีความคาดหวังที่จะได้รับความจริงใจความซื่อสัตย์ แต่เราจะได้รับสิ่งนี้ได้อย่างไรหากเราไม่ปฏิบัติต่อทีมก่อนแม้จะต้องใช้เวลาในการสะสมให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นในองค์กรของเรา จงเริ่มต้นให้กายและใจเสียตั้งแต่วันแรกไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม 3. มีความรักและศรัทธาต่อผู้ร่วมงาน : อย่างที่กล่าวไปว่าเมื่อเรายอมรับว่าเราไม่ได้ทำงานคนเดียวแล้ว การที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายขององค์กร เราต้องมีความเชื่อ เชื่อในตัวเองว่าเราทำได้ และเชื่อในทีมว่าเขาก็ทำได้เช่นกัน เคารพในความคิดเห็น ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ การโต้แย้งโต้เถียงกันไม่ใช่การทะเลาะกันเพื่อเอาชนะ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทีมแสดงความสามารถไอเดียและประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกันจะทำให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ และผู้ทำงานจะมีความสนุกในการทำงาน ดังนั้นเราจะเห็นความหลากหลายของไอเดียของแต่ละ Gen สามารถนำไปใช้ให้เกิดการสร้างงานที่เป็นผลดีต่อองค์กรร่วมกันได้

 

 

4. สนับสนุนความสามารถ 360 องศา : นั่นคือการดึงศักยภาพของผู้ร่วมงานในทีมออกมา ช่วยให้เขาเห็นคุณค่าและความสามารถของตัวเอง และไม่บังคับให้ทำงานในสิ่งที่ไม่ถนัด หากเรารู้จักคาแรกเตอร์และความสามารถของแต่ละคนในทีม เราสามารถมอบหมายงานให้เขาทำได้เต็มที่เพราะอุปสรรคหนึ่งของการทำงานไม่สำเร็จคือความไม่สนุกและไม่รักในสิ่งที่ทำ ฉะนั้นทุกคนมีจุดดีและจุดด้อยที่ต่างกัน เราควรมอบหมายงานให้ถูกกับคุณลักษณะและความสามารถ จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ความรัก และความสุขที่จะทำงาน และพร้อมสนับสนุนมุมมองความคิดในทิศทางที่เหมาะที่ควรตัวผลงานจะเป็นไปตามเป้าหมายย่างสมบูรณ์ และ 5. เป็นที่ปรึกษาทุกปัญหาชีวิต : ในชีวิตของเรานอกจากครอบครัวแล้ว สถานที่ทำงานยังเป็นอีกครึ่งชีวิตที่ต้องอยู่ร่วมกัน ทำงาน ใช้ชีวิตร่วมกัน ในฐานะที่เป็นคนดูแลทีม สิ่งหนึ่งที่ควรเอาใจใส่คือคอยให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหา เสมือนเป็นที่พักพิงใจอีกทางหนึ่ง บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นจะส่งเสริมงานได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นเราไม่ควรหยุดนิ่งหรือปล่อยให้ทีมเผชิญปัญหาเพียงลำพัง เพียงรับฟัง และพร้อมช่วยดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าคุณจะคือใคร พนักงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน พนักงาน อาจารย์ นักศึกษา ทุกคนคือคนในสังคมแวดล้อมของเรา หากมีความสุข งานก็จะสุขด้วยเช่นกัน”

 

หลักการบริหารแบบนี้เป็นทั้งเทคนิค วิธี ที่รองศาสตราจารย์พิศประไพ นำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตการบริหารงาน คน มาโดยตลอด ไม่เลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ทำให้เกิดความสมดุล สม่ำเสมอ ดังนั้นเทคนิคและวิธีที่กล่าวไปนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากที่หลายคนอาจจะนำไปปรับใช้กับชีวิต การเรียน การทำงาน กันได้ ลองหยิบยกนำไปใช้กัน...ไม่แน่สูตรสำเร็จนี้อาจทำให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิตได้เร็วกว่า หรือเป็นผู้บริหารแบบสมาร์ทๆ อาร์ตๆ เป็นดาวเด่นไว้ให้องค์กรต่อไป

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ