‘Interior-Designer’ ผู้อยู่เบื้องหลังภูมิทัศน์ที่สวยงาม ความคิด ความรู้งานออกแบบ และศิลปะ ต้องมาพร้อมกัน

28 Nov 2019

จากชีวิตเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่มีโอกาสได้เขามาศึกษาเล่าเรียนในเมือง และเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิต เขาคิดอะไรอยู่? ถึงมุ่งหน้ามาที่แห่งนี้ มาเรียน มาใช้ชีวิต และทำงานเกือบครึ่งชีวิตอยู่ที่นี่ จนออกปากเป็นหมั่นเป็นเหมาะว่า “ผมจะไม่ไปไหน จะทำงานอยู่ที่นี่ คอยปรับและตกแต่งภูมิทัศน์บ้านหลังนี้ให้สวยงาม รอต้อนรับน้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน ทุกโอกาส แค่นี้ก็ภูมิใจหล่ะ”

 

 

นายเตชิด เตชดุลยเลิศ  หรือ กร ศิษย์เก่าสาขาวิชาการออกแบบภายใน วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต  ปัจจุบันตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและภูมิทัศน์ สำนักงานอาคารและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต  เป็นศิษย์เก่าอีกท่านหนึ่งที่ทุกคำพูดของการสัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยแววตาแห่งรอยยิ้มของความภูมิใจต่อสถาบันการศึกษาของเขาเป็นอยากมากด้วยตำแหน่งของกร ณ ตอนนี้ ซึ่งก็คือ “นักออกแบบภายใน” หรือหลายคนคงคุ้นกลับคำว่า “มัณฑนากร” ก็ไม่ว่ากัน เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการออกแบบตกแต่งภายในตัวอาคารต่อจากสถาปนิก โดยจะต้องทำการออกแบบและวางผังสำหรับการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร การเลือกใช้สี การตกแต่งผนัง การเลือกใช้วัสดุรวมไปถึงการออกแบบตกแต่ง ห้อง อาคาร บริเวณต่างๆ ให้มีความเหมาะสมและสวยงาม เรียกว่า กร คนนี้เป็นผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังภูมิทัศน์ที่สวยงามหลายต่อหลายช่วงเวลาที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยรังสิตนั่งเอง

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว เด็กหนุ่มชื่อกรคนนี้มีพื้นฐานการเรียนด้วยการเริ่มต้นจากการเรียน ปวช.ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์มาก่อน จากนั้นเมื่อครั้นจะเรียนต่อมีเป้าหมายในใจว่าอยากเรียนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ไม่กี่สถาบันและหนึ่งในนั้นคือ มหาวิทยาลัยรังสิต เลยตัดสินใจเขามาสมัครเรียนที่นี่เลย ช่วงเวลาประทับใจแรกที่มาสมัครเรียนของเด็กต่างจังหวัดคือ เรื่องแรกคือ มหาวิทยาลัยนี้ช่างมี “ความหลายหลาย” กร พบกับความแปลกของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตรงที่เป็นมหาวิทยาลัยไร้รั้ว จะเดินเข้าตรงไหนก็ได้ (ปัจจุบันมีรั้วรอบขอบชิตแล้ว) มีคณะที่น่าสนใจให้เลือกเรียนมากมาย แต่ด้วยพื้นฐานที่เรียนมาสายออกแบบและอยากเป็นตัวเองที่สุดจึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาออกแบบภายใน เมื่อเขามาเรียนอย่างจริงจัง เรื่องที่สองที่ประทับใจ คือ “มีบรรยากาศและสังคมดี” เนื่องจากเรามีความคาดหวังในใจระดับหนึ่งว่ามาเรียนที่นี่เราอยากเจออะไร เรียนอะไร อย่างไร และตลอดการเรียนก็พบว่ามหาวิทยาลัยนี้เกินความคาดหมายที่เราตั้งไว้ เรายอมรับและเราพอใจกับสิ่งที่เราได้รับจากเพื่อน อาจารย์ คณะ และมหาวิทยาลัย จำได้ว่าเริ่มเรียนใหม่ๆ วิชาที่ชอบเรียนมากๆ คือ Drawing เพราะเป็นวิชาที่ได้ออกไปข้างนอกเกือบทุกสัปดาห์ นำมาสู่ความประทับใจที่สาม คือ “ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนทีดี” หรือ Connection ดี ได้มีโอกาสทำงานด้วยกันบ่อยๆ พูดคุยกันแบ่งปันประสบการณ์เรื่องเล่าดีดีร่วมกัน ไปพร้อมกับการเรียนหน้างานจริง สถานที่จริง เรียกว่า เรียนสนุก เรียนแบบไม่เบื่อ แฮปปี้แทบจะทุกวิชาในสาขาออกแบบภายในเลยก็ว่าได้

 

 

นอกจากนี้นักศึกษาวิทยาลัยการออกแบบทุกคนจะมีความโชคดีตรงที่เรามีโอกาสได้ร่วม “กิจกรรมรับน้อง” ซึ่งเป็นความประทับที่สี่ ที่กิจกรรมตรงนี้ทำให้นักศึกษามีความรักและเคารพซึ่งกันและกัน รู้จักกัน ไม่เฉพาะนักศึกษารุ่นเดียวกัน รุ่นพี่ รุ่นน้อง อาจารย์ เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่ได้รับการซึมซับรุ่นสู่รุ่น และทำให้เราเชื่อศรัทธาในความเป็นวิทยาลัยการออกแบบของเรามาก ตลอดสี่ปีที่เรียนมากล้าพูดว่าไม่เสียดายเวลาและชีวิตช่วงวัยเรียนมหาวิทยาลัยเลย อาจเป็นเพราะความอินตรงนี้ บวกกับความมีคาแรกเตอร์ส่วนตัวที่อาจารย์มองเห็น ทำให้มีโอกาสได้ทำงานให้กับสถาบันของตนเอง ซึ่งเราก็ดีใจที่จากวันหนึ่งตัวเองเป็นคนที่เดินเข้ามาสมัครเรียนในบรรยากาศสมัยนั้น จนตอนนี้เรากลายมาเป็นคนที่ดูแลบรรยากาศ ภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้รุ่นน้องและทุกคนได้เห็นเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จากบทบาทนักศึกษาในวันนั้น มาเป็นบุคลากรในวันนี้ ตลอด 10 ปี เราได้รับคำชมจากอาจารย์ที่สอนเราและมาเห็นผลงานการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์มุมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนไปมากพอสมควร  ผลงานเหล่านั้นผ่านการความคิด ความรู้ด้านงานออกแบบ และศิลปะ ออกมาเป็นบรรยากาศที่สวยงามไม่ว่าจะสวนสาธารณะ ตึกอาคาร ห้องและมุมต่างๆ เกิดจากที่การเรียนการสอนที่ได้รับมาจากอาจารย์เราก็ภูมิใจอาจารย์ก็ภูมิใจ ตอนนี้อยากบอกว่า “ผมจะไม่ไปไหน จะทำงานอยู่ที่นี่ คอยปรับและตกแต่งภูมิทัศน์บ้านหลังนี้ให้สวยงาม รอต้อนรับน้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน ทุกโอกาสที่มาเยือนมหาวิทยาลัยรังสิต แค่นี้ก็ภูมิใจหล่ะ”

 

 

 

สุดท้ายของของความประทับใจ คือ “องค์กรและเพื่อนร่วมงานดี”  ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าและเป็นบุคลากรด้วยแล้ว การที่เลือกสถานที่เรียนดี และแฮปปี้มีชัยไปกว่าครึ่ง การที่มีโอกาสได้ทำงานที่นี่อีกก็ยิ่งมีความสุข ใครจะว่าไม่ไปเปิดโลกทัศน์ก็ไม่เป็นไรเพราะ “ผมดึงโลกทัศน์” จากการได้พบปะผู้คน นักศึกษา อาจารย์ ผู้ปกครอง ทุกคน ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านงานออกแบบ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อสร้างงาน มาไว้ที่นี่ มหาวิทยาลัยรังสิต เรียบร้อยแล้ว!!

          เชื่อว่าคนที่มาเรียนที่นี่หลายคนจะผูกพัน

          เรียนจบแล้ว ก็อยากเรียนต่ออีก

          ทำงานแล้ว ก็อยากกลับมาเจอกัน...เพราะเราคือ เด็กม.รังสิต 

 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ