“ธุรกิจ อินทรบุตร” เถ้าแก่น้อยคนใหม่กับธุรกิจแปรรูปอาหาร ส้มตำไทยอบกรอบ ตรา แม่ตุ๊ก

11 Oct 2019

     “ก่อนจะเปิดเป็นบริษัท เราเริ่มต้นจากร้านค้าส่งขายปลีกเล็กๆ ขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ขายผักดอง หน่อไม้ดอง ปลาร้า ภายหลังเปลี่ยนแพคเกจจิ้ง (Packaging) ให้ทันสมัย ดูดีขึ้น และเปลี่ยนแปลงหน้าร้านใหม่ ศึกษาและทำผลิตภัณฑ์แปรรูปหลายรายการ รวมทั้งส้มตำไทยอบกรอบ ส่งจำหน่ายทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ จากธุรกิจเล็ก สู่ SMEs ขนาดกลาง ซึ่งปัจจุบันเรามีสินค้าร้อยกว่ารายการ ทำรายได้ประมาณ 10 ล้านต่อเดือน”  

     ความสำเร็จที่แลกมาด้วยความพยายาม การลองผิดลองถูก จากวันที่นับหนึ่ง สู่วันที่สำเร็จ กิจการเติบโต ระหว่างทางมีเรื่องราวมากมาย ลองไปฟังมุมมอง แนวคิดการทำงาน กับการสานต่อและพัฒนาธุรกิจครอบครัวของ นายธุรกิจ อินทรบุตร (ต้น) ศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็ม ที เกษตรแปรรูป จำกัด

     “การตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านธุรกิจค้าปลีก คณะบริหารธุรกิจ ม.รังสิต ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมได้เรียนรู้งานธุรกิจของครอบครัวไปพร้อมกัน ได้นำความรู้จากห้องเรียน ไปใช้ในธุรกิจค้าขายของที่บ้าน เดิมทีบ้านเราทำอาชีพค้าขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ขายพวกผักดอง หน่อไม้ดอง ปลาร้า และได้ขยับขยายกิจการมาเปิดโรงงานเมื่อปี 2557 ตอนนั้นผมเรียนอยู่ปี 2 นำความรู้เกี่ยวกับการตลาด การทำแพคเกจจิ้งมาใช้กับสินค้าโดยปรับใหม่ทั้งหมด ให้แพคเกจจิ้งทันสมัยขึ้น ดูดีขึ้น และเปลี่ยนแปลงหน้าร้านใหม่ หลังจากเราทำร้านเสร็จแล้ว เราก็เปิดโรงงานผลิตเพื่อส่งให้หน้าร้านเราขาย”

จากร้านค้าเล็กๆ สู่ธุรกิจแปรรูปอาหาร สร้างรายได้ 10 ล้านต่อเดือน

     นายธุรกิจ เล่าว่า จากแรกเริ่มที่มาทำโรงงานตั้งใจว่าจะเปลี่ยนแปลงแพคเกจจิ้ง แล้วก็ผลิตของที่ร้านขายอยู่แล้ว จำหน่ายที่หน้าร้านเราเอง จากที่เมื่อก่อนต้องไปซื้อจาก Supplier ซื้อมาขายไป แต่เราเปลี่ยนเป็นผลิตเองและขายเองเลย จากแรกๆ ก็ขายลูกค้าเก่าก่อน เมื่อมีคนรู้จักแล้วก็มีคนสนใจมาติดต่อให้ส่งออกไปไต้หวันบ้าง จีนบ้าง ผ่านตัวแทน พอขายไประยะนึงก็ได้รู้จักกกับเครื่องถนอมอาหาร และได้ศึกษาเครื่อง freeze dry ซึ่งผลิตภัณฑ์หลายรายการเราใช้วิธีการผ่านเครื่อง freeze dry หนึ่งในนั้นคือ ส้มตำไทยอบกรอบ

     สำหรับแนวคิดการทำส้มตำอบกรอบ นายธุรกิจ เล่าว่า จากเริ่มแรกเรารู้ว่าเครื่อง freeze dry เอาไว้ทำกับผลไม้ เราก็มาคิดกลับกันว่าถ้าเอามาทำกับพวกอาหารจะทำได้ไหม แม่ของผมเป็นคนเริ่มความคิดนี้ก่อน โดยตั้งโจทย์ว่าเป็นอาหารไทยที่ใครๆ ก็สามารถรับประทานได้ง่าย ก็เลยทดลองกับอาหาร 3 อย่างได้แก่ ส้มตำ ผัดไท ต้มยำกุ้ง ลองผิด ลองถูกหลายครั้ง ทดลองทำกัน 2 ปี ก็มาจบที่ส้มตำเพราะว่าง่ายต่อการรับประทาน และส้มตำไทยก็เป็นหนึ่งในเมนูอาหารโปรดของคนไทย โดยใช้กระบวนการอบแห้ง

     และในส่วนของวัตถุดิบที่ใช้รับตรงจากโรงงาน คัดเกรดอย่างดี เป็นส่วนผสมที่ใช้ในส้มตำทั่วไป ทั้งมะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ กุ้งแห้ง น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ และพริก ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการอบแห้งแล้ว ผู้บริโภคสามารถทานได้ง่ายเพียงแค่เติมน้ำ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็สามารถรับประทานได้เลย รสชาติเหมือนส้มตำไทยทั่วไป และนี่คือ ‘ส้มตำไทยอบกรอบ (Freeze Dried Papaya Salad Thai Style) ตรา แม่ตุ๊ก’ ในส่วนของผมมีส่วนช่วยด้านการตลาด ส่วนแม่เริ่มผลิตแต่ไม่มีที่ขายในตลาด เราก็เข้ามาช่วยในการหาตลาดในการขายให้ ค่อยๆ ปรับหาช่องทางที่เหมาะสม กระทั่งปัจจุบันเรามีสินค้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งไทยและต่างประเทศร้อยกว่ารายการ และทำรายได้ประมาณ 10 ล้านต่อเดือน” 

     ส้มตำไทยอบกรอบ (Freeze Dried Papaya Salad Thai Style) ตรา แม่ตุ๊ก มี 3 รสชาติ คือ เผ็ดน้อย เผ็ดกลาง และเผ็ดมาก โดยจำหน่ายราคาซองละ 90 บาท เรียกว่า ส้มตำไทยอบกรอบ เราเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ที่ผู้บริโภคสามารถปรุงทานเองได้ง่ายเพียงแค่ฉีกซอง เติมน้ำ พร้อมรับประทาน โดยมีรสชาติและหน้าตาเหมือนส้มตำสดๆ 95% นับเป็นอีกทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภคที่ชอบความสะดวก และเร็วๆ นี้เราแพลนไว้ว่าจะทำส้มตำปลาร้าออกมาประมาณช่วงปลายปี ส่วนส้มตำเจอบกรอบก็มีจัดจำหน่ายแล้วในช่วงเทศกาลเจ และยังวางแผนจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ เป็นต้น สำหรับส้มตำไทยอบกรอบหลังจากเปิดตลาดจำหน่ายเพียงไม่นาน ผลตอบรับดีมาก สำหรับสินค้าของบริษัทที่ได้รับความนิยมนอกจากสำตำไทยอบกรอบแล้วยังมีน้ำปลาร้าซึ่งทำมากว่า 10 ปีแล้วและส่งออกต่างประเทศเช่นกัน

      “เราเป็น SMEs ขนาดกลางได้รับรางวัล OTOP พรีเมียม และได้ไปประกวดที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้รับรางวัล design innovation เมื่อปี 2017 โดยพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ของเราที่ผลิตให้อยู่ในรูปแบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและเก็บได้นาน นอกจากเป็นธุรกิจครอบครัวแล้ว ยังสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในชุมชนด้วย ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 30 คน ที่ช่วยกันผลิตสินค้า”

ความสำเร็จในวันนี้... และก้าวต่อไปของเถ้าแก่น้อย

     ทุกความสำเร็จต้องผ่านการเรียนรู้ ผมประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ส่วนหนึ่ง เพราะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอและดูแลธุรกิจของเราไปพร้อมๆ กับโลกที่เปลี่ยน ปรับแนวทาง มุมมองความคิด พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำมาปรับใช้กับธุรกิจ

     “ยอมรับว่าเราเรียนจบมาได้ความรู้มาเยอะ แต่ประสบการณ์ทำงานจริงๆ ยังต้องหาเพิ่มเติม ผมก็เลยต้องออกไปทำงานที่บริษัทข้างนอกก่อน เรียนรู้งานตั้งแต่แรก ผมอยู่ตำแหน่ง supply chain มา และเมื่อเรากลับมาบริหารธุรกิจของตนเอง ก็ช่วยตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบเข้ามา ดีไซน์แพคเกจจิ้ง หาช่องทางตลาดเพื่อลงขาย ในการทำงานเราต้องรู้ทุกด้านไม่ใช่ด้านเดียว เพราะถ้ารู้ทุกด้านเราจะเห็นว่าปัญหาเกิดจากอะไรจะได้ช่วยกันแก้ กับโปรดักส์ส้มตำไทยอบกรอบ ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จจริงๆ เราดังมาจากช่องทางออนไลน์ เพราะการเปิดตลาดออนไลน์แทบไม่ต้องลงทุนเลย ขณะเดียวกันเราก็พัฒนาการขายช่องทางอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย”

     สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปต่างๆ ส้มตำไทยอบกรอบ  ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ สามารถสอบถามและสั่งสินค้าได้ที่เพจ https://www.facebook.com/mt.maetuk

 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ