"เพราะชีวิตขับเคลื่อนด้วย Passion" สุรนิตย์ ชุมสาย ณ อยุธยา

28 Feb 2020

     “ตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา ไม่แน่ใจว่าวิธีคิดที่ทำอยู่ถูกหรือผิด ผมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Passion ล้วนๆ สิ่งไหนไม่ชอบก็จะไม่ทำแม้จะได้เงิน เพราะไม่ใช่ความสนุกของเรา”

     กล้า-สุรนิตย์ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิษย์เก่าสาขาวิชานวัตกรรมการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท E.Q.Plus สำนักพิมพ์การ์ตูนความรู้สำหรับเด็กที่ผลิตโดยคนไทยยอดขายอันดับ 1 เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางด้านนี้หลังจากเรียนจบมัธยมปลายมีอาชีพที่อยากทำในใจอยู่แล้ว คือ อยากเขียนการ์ตูน ตอนเรียนมหาวิทยาลัยจึงไปเรียนทางด้านศิลปกรรม เรียนไปประมาณครึ่งเทอมจึงค้นพบว่าไม่ใช่ตัวเอง หลังจากนั้นได้มีโอกาสทำงานด้านหนังสืออยู่ระยะเวลาหนึ่ง และรู้สึกว่าชีวิตอยากจะเริ่มทำงานแล้ว จึงคิดว่าหากกลับมาเรียนต่อจะเรียนและทำงานไปด้วยพร้อมกัน ซึ่งคณะที่สามารถทำแบบนี้และทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ไปพร้อมกันได้ จึงตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณา มหาวิทยาลัยรังสิต

     “ด้วยความที่เรามาจากทางสายศิลปะ ยังไม่เข้าใจเรื่องศาสตร์ จึงได้เรียนรู้เรื่องแนวคิดและทฤษฎี วิธีการต่างๆ เกี่ยวกับการทำโฆษณาจากที่นี่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ที่นำไปสู่การต่อยอดและก้าวเดินต่อไปในสายงานที่ทำ”

 

จบด้านครีเอทีฟ... เปิดสำนักพิมพ์การ์ตูน สองสิ่งที่เดินไปด้วยกัน

            สุรนิตย์ เล่าให้ฟังต่อว่า หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยทางด้านครีเอทีฟ ก็มีโอกาสได้ทำงานที่บริษัทเอเจนซี่อยู่ระยะหนึ่ง แล้วจึงผันตัวเองไปทำสำนักพิมพ์เก็บเกี่ยวประสบการณ์ประมาณ 4-5 ปี จึงตัดสินใจเปิดสำนักพิมพ์ของตัวเอง โดยมองว่าความรู้ที่ร่ำเรียนมาทางด้านนี้ก็สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจสำนักพิมพ์ได้ เพราะมีเรื่องแนวคิดของการทำงานที่ต้องคำนึงถึงลูกค้า คำนึงถึงโปรดักส์ว่าตอบสนองความต้องการกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกันและเราสามารถนำแนวคิด วิธีการสื่อสารต่างๆ รวมทั้งกลยุทธ์ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ถือว่า สำนักพิมพ์การ์ตูนในแบบที่เราเปิดเป็นเจ้าแรกๆ ที่ไม่เหมือนใคร

            “E.Q.Plus Group สำนักพิมพ์ที่เกิดจากการรวมตัวของคนสี่คนที่มีความชอบเหมือนกัน โดยสำนักพิมพ์เราเริ่มต้นจากการ์ตูนความรู้ ซึ่งตลาดสมัยนั้นแทบจะไม่มี เราเอาโมเดลจากญี่ปุ่นที่ทำการ์ตูนมาก่อน โดยนำเรื่องของประวัติศาสตร์ไทย บุคคลสำคัญของไทยมาเริ่มเขียนเป็นการ์ตูน เช่น การ์ตูนชุดสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสิน ซึ่งช่วงเริ่มต้นก็เรียกว่าผลงานของสำนักพิมพ์เราติดตลาดเลย เพราะเป็นช่วงที่ตลาดมีความต้องการหนังสือทางด้านการ์ตูนความรู้ที่เป็นแนว Entertainment และ Education และหนังสือของเราเป็นแนว Edutainment  ผลตอบรับดี ติดตลาดและเติบโตมาเรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้แหละที่ความรู้ด้านงานครีเอทีฟ การสื่อสาร และสิ่งที่เราชอบในงานที่ทำเดินคู่ขนานกันไป เราต้องดูว่าจะมีวิธีการสื่อสารแบบไหนให้เข้าถึงและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย จริงอยู่หนังสือการ์ตูนเราเหมาะสำหรับเด็ก แต่เราไม่ได้มองว่าลูกค้าจะต้องเป็นเด็กเสมอไป เพราะผู้ปกครองก็คือลูกค้าของเราด้วยเช่นกัน โจทย์ก็คือทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าการ์ตูนความรู้จะสามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ มากขึ้น”

ส่วนหนึ่งของผลงานของสำนักพิมพ์ E.Q.Plus

 

E.Q.Plus และการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

     CEO ของสำนักพิมพ์ฯ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่เปิดสำนักพิมพ์มาเราไม่ได้ทำแค่เพียงหนังสือ แต่เราทำสิ่งที่เป็นคอนเทนต์ ไม่ได้มองว่าเราเป็นเพียงแค่ผู้ผลิตหนังสือ แต่เรามองตัวเองเป็น Content Provider เราขยายคอนเทนต์ของเราไปสู่สื่ออื่นๆ เช่น บอร์ดเกมส์ แอนิเมชั่น ไลฟ์แอคชั่น หรือแม้แต่กระทั่งจำหน่ายหนังสือไปยังต่างประเทศ ซึ่งเราเป็นสำนักพิมพ์ที่มีคอนเทนต์การ์ตูนไทยส่งไปขายต่างประเทศมากที่สุดในประเทศไทย และด้วยยุคที่เปลี่ยนช่องทางการนำเสนอของคอนเทนต์เราก็ครอบคลุมไปยังสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ ครบวงจร”

     “การทำคอนเทนต์ที่ดีให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายเราต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่ม แน่นอนว่าในวันที่เราโตมากขึ้น สิ่งที่โฟกัสจะเป็นส่วนของงานบริหารมากกว่า ซึ่งส่วนงานด้านการคิดคอนเทนต์ก็ให้น้องๆ ทีมงานรุ่นใหม่ๆ ได้โชว์ฝีมือ เพราะพวกเขาคือคนรุ่นใหม่ ก็จะเข้าใจความต้องการของกลุ่มคอนเทนต์ของคนวัยใกล้เคียงกันมากกว่า ซึ่งต้องบอกว่าคอนเทนต์ที่เราทำมีหลายกลุ่ม กลุ่มเด็กที่โตมาหน่อยการทำคอนเทนต์ก็ดีลกับบริษัทที่ผลิตหนัง ละคร เป็นปกติของโมเดลคอนเทนต์จากหนังสือ นิยาย การ์ตูน ที่จะเติบโตไปเป็นภาพยนตร์ ละคร และแอนิเมชั่นที่เราผลิตเองและส่งไปขายต่างประเทศด้วย หรือไลฟ์แอคชั่นก็เช่นกัน เหล่านี้เป็นโมเดลตั้งต้นที่ทำให้ทีมงานของเราได้เรียนรู้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาภายในที่เราพยายามผลักดันมาตลอด นี่คือสิ่งที่สอนเราว่าการทำธุรกิจไม่ว่าจะวงการไหน การก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และการปรับตัวจะทำให้องค์กรของเราเดินต่อไปได้ วันนี้แม้ว่ายอดหนังสือจะลดลงมาบ้าง แต่เราก็พยายามสร้างคอนเทนต์ของเราให้กลายไปสู่สื่ออื่นๆ และช่องทางอื่นได้มากขึ้น”

 

ชีวิตและการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย Passion

     “กับการใช้ชีวิตและการทำงานผมไม่ได้มีทฤษฎีตายตัว แต่ทุกอย่างที่ผมทำใช้ Passion ล้วนๆ ถ้าชอบและเราสนุกกับมันก็ลุยเลย เช่นกับคนที่จะมาทำงานร่วมกับกับเรา ก็ต้องดูว่าเขามี Passion เดียวกับเราไหม ชอบการ์ตูน ชอบคอนเทนต์ หรือชอบด้านการศึกษาเหมือนกันไหม ซึ่งถ้าคนมีเคมีตรงกันในฐานะหัวหน้าทีมหรือองค์กรเราก็พร้อมจะผลักดันให้เขาเติบโตไปในทิศทางที่เขาต้องการได้”

     สุรนิตย์ ทิ้งท้ายถึงเด็กรุ่นใหม่และการค้นหาตัวเองให้เจอว่า อะไรก็ตามที่เราทำแล้วรู้สึกว่าใช่ ใจเราชอบ และสนุกไปกับสิ่งที่ทำ นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นของการที่เราค้นเจอตัวเองแล้ว เริ่มมองจากสิ่งใกล้ตัว ทำและฝึกฝนบ่อยๆ จริงจังกับเรื่องที่เราชอบใส่ใจกับมันให้มากขึ้น ทำให้มันเติบตไปในลู่ทางแบบไหนก็ได้ที่ใจเราอยากให้เป็น เพราะมันจะทำให้เจอความฝันของเราในที่สุด และยิ่งเด็กรุ่นใหม่ด้วยแล้ว ต้องยอมรับและปรับตัวให้ได้ว่าไม่มีอาชีพไหนในปัจจุบันที่จะคงอยู่ตลอดไป เพราะฉะนั้น ในการเปลี่ยนแปลงของโลกเราต้องหาส่วนผสมของตัวเราเองให้เจอ เราอาจจะชอบหลายๆ อย่าง เราก็เลือกผสานความชอบต่างๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นโมเดลอาชีพใหม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจินตนาการของคุณ แค่หามันให้เจอ... เป็นกำลังใจให้กับทุกความฝัน

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ