“บ้านภูตะวัน” รีสอร์ทใกล้ชิดธรรมชาติวิถีพอเพียงของ “ณัฐกฤตา ผลละออ”

12 Jun 2020

      ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง บรรดาโรงแรม รีสอร์ท ต่างงัดกลยุทธ์มากมายออกมาเพื่อเป็นจุดขายในการเรียกลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้ชิดธรรมชาติ ติดทะเล ฯลฯ และวันนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสกับบ้านพักที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ แมกไม้นานาพรรณ ในแนววิถีพอเพียง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ให้คุณได้สัมผัสกับโอโซนบริสุทธิ์และการต้อนรับอย่างเป็นกันเองของเจ้าของสถานที่แห่งนี้  เเละวันนี้จะไปพูดคุยกับ CEO ของบ้านภูตะวัน @ปากช่อง “คุณณัฐกฤตา ผลละออ” และการสานต่อธุรกิจนี้ของครอบครัว

            ณัฐกฤตา ผลละออ เล่าไทม์ไลน์ชีวิตย้อนหลังให้ฟังว่า สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเธอตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านการท่องเที่ยวและการบริการ ม.รังสิต ด้วยเหตุผลที่ชอบงานทางด้านนี้ รวมทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก ประกอบกับครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับรีสอร์ทอยู่แล้ว จึงคิดว่าวันหนึ่งจะสานต่อธุรกิจนี้ของครอบครัว

            “ตลอดระยะเวลาของการเรียนที่ ม.รังสิต ได้รับความรู้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของด้านการตลาด การดูแลรีสอร์ท รวมไปถึงความรู้ทางด้านกฏหมายที่เราต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกระบวนการต่างๆ การเลือกทำเลที่ตั้ง ซึ่งทางอาจารย์ที่วิทยาลัยการท่องเที่ยวฯ เน้นย้ำเสมอเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการบริหารธุรกิจคือสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการดูแลในเรื่องของความสะอาด และความปลอดภัยของผู้บริโภคที่มาพักอาศัย ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งสำคัญทั้งหมดที่ได้รับจากม.รังสิต และนำมาใช้ในการบริหารงานที่บ้านภูตะวัน”

      โดยภายหลังจากเรียนจบปริญญาตรี ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานโดยเริ่มทำงานที่ SCG ดูแลในส่วนของธุรกิจนำเข้าและส่งออก และหลังจากนั้นก็กลับมาช่วยธุรกิจของทางบ้าน ในการพัฒนา บริหาร ดูแลในส่วนของรีสอร์ท และตัดสินใจต่อยอดความรู้เพิ่มเติมโดยศึกษาต่อทางด้านบริหารธุรกิจการท่องเที่ยวโรงแรม (MBA) ที่ประเทศอังกฤษและออสเตรเลีย แล้วกลับมาดูแลสานต่อธุรกิจรีสอร์ท บ้านภูตะวัน อย่างเต็มตัว

จากรุ่นสู่รุ่น... กับการสานต่อธุรกิจครอบครัว

      ณัฐกฤตา เล่าให้ฟังว่า การเข้ามาสานต่อกิจการครั้งนี้ ต้องเริ่มเรียนรู้และปรับตัวหลายอย่างเพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบัน ซึ่งต้นแบบในการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิตของเธอก็คือ คุณพ่อ ซึ่งจะคอยสอนเสมอว่า “ผลกำไรและเม็ดเงิน ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตเรามีความสุข สิ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีความสุขคือ ความพอเพียง และการมอบความสุขให้คนอื่น”

      “ในช่วงยุคสมัยที่คุณพ่อดูแลยังเป็นการตลาดแบบออฟไลน์ แนะนำบอกต่อกันแบบปากต่อปาก ขณะที่ปัจจุบันการสร้างคอนเทนต์เพื่อโปรโมตธุรกิจมีความจำเป็นต้องใช้สื่อออนไลน์เข้ามาช่วย เมื่อเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านและเราเข้ามาดูแล จึงต้องมีการปรับปรุง แก้ไข ดูแลในทุกส่วนงาน เพราะในเส้นทางธุรกิจมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยืนพื้นอยู่บนความเป็นจริงที่ว่า กลุ่มเป้าหมายสำหรับคนที่จะมาเที่ยวที่นี่ คือทุกคนสามารถเที่ยวได้ ได้ตลอดทั้งปี มีความสุขกับวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ บรรยากาศอบอุ่นแบบครัว ในราคาที่พอเพียง”

      บ้านภูตะวัน เปิดให้บริการมากว่าสิบปี ซึ่งที่มาของคำว่า “บ้านภูตะวัน” เนื่องจากบ้านภูตะวันแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเขา เราจะเห็นทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก รวมไปถึงพระจันทร์และดวงดาวในช่วงเวลากลางคืนค่อนข้างชัด ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง เลยคิดว่าชื่อ “บ้านภูตะวัน” น่าจะเหมาะกับรีสอร์ทและทำเลที่ตั้งนี้ นอกจากนี้ บ้านภูตะวันยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางธรรมชาติและบรรยากาศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ปราศจากมลพิษต่างๆ รวมไปถึงพันธุ์ไม้ต่างๆ ทั่วบริเวณ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นพันธุ์ไม้หายาก ทั้งยังมีกิจกรรมบริการสังคม โดยมีการจัดปฏิบัติธรรมในทุกเดือน เดือนละ 3 วัน (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้มาพบปะ ฝึกธรรมะ ปฏิบัติธรรม เป็นการคืนกำไรให้กับสังคม

จุดเด่นของ “บ้านภูตะวัน”

      บ้านพักมี 3 ขนาด แบ่งออกเป็น เล็ก กลาง และใหญ่ จุดเด่นของที่นี่คือ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และการไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างบ้านจากเดิม คือเป็นลักษณะแบบคอทเทจ (Cottage) แบบบ้านชั้นเดียวซึ่งถูกแบ่งออกเป็นหลายห้อง และที่สำคัญเลยเราจะไม่ตัดต้นไม้ทิ้ง เพื่อที่จะอนุรักษ์ผืนป่านี้ไว้ เพราะต้นไม้เหล่านี้จะช่วยฟอกกาศบริสุทธิ์ให้กับเรา ทำให้ที่รีสอร์ทมีอากาศที่ปลอดโปร่ง รวมทั้งยังมีบริการในเรื่องของอาหารในการจัดอบรมสัมมนาอีกด้วย อนาคตวางแพลนไว้ว่าอยากจะพัฒนาบ้านภูตะวัน ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ให้เหมาะกับครอบครัว และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งกลุ่มบุคคลและองค์กร

      แน่นอนว่าชีวิตคนเราอาจจะพบอุปสรรคบ้าง เพื่อเป็นบททดสอบว่าเราจะต้องผ่านไปให้ได้ บนเส้นทางการทำธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้เราอาจจะเจอวิกฤต COVID-19 แต่เชื่อว่าอีกไม่นานทุกอย่างก็จะผ่านไป เมื่อทุกอย่างปลดล็อค ท้องฟ้าสดใส บ้านภูตะวันก็พร้อมจะกลับมาเปิดให้บริการทุกท่านเช่นเดิม

     สำหรับใครที่มองหาที่พักผ่อน แบบใกล้ชิดธรรมชาติ โอบล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์และขุนเขา สามารถเข้าไปติดตามและสอบถามเกี่ยวกับที่พักของบ้านภูตะวันได้ที่ https://www.facebook.com/baanphutawan/

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ