สิทธิชัย กลีบสมุทร นักการตลาดหัวใจนักกีฬา และบางเรื่องเล่าที่ไม่เก่าเกินไป

24 Jun 2019


     “ความทรงจำของผมสำหรับมหาวิทยาลัยรังสิต มันคือทุกอย่างของผมในชีวิตจริงๆ ตอนที่ผมเรียนได้รับโอกาสหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา โอกาสดีๆ จากอาจารย์หลายๆ ท่าน รวมถึงโอกาสที่ต้องขอบคุณจริงๆ ก็คือ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ หรือพวกเราจะเรียกว่าพ่อ คือท่านให้โอกาสทุกอย่าง ทำให้มีทุกวันนี้ได้”

     สิทธิชัย กลีบสมุทร บอกประโยคนี้กับเราด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาคือศิษย์เก่าวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ที่แม้จะจบการศึกษามาหลายปี แต่ภาพความทรงจำเหล่านั้นยังฉายชัด โดยเฉพาะพาร์ทการเป็นนักกีฬาทุนเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัยรังสิต ตั้งแต่ปี 2001- 2005 นอกจากนี้เขายังเป็นตัวแทนไปคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมากมาย อาทิ รางวัลแกรนด์แชมเปี้ยน BCA International Cheerleading Open Championships สหราชอาณาจักร ปี 2004, รางวัลชนะเลิศการแข่งขันซีคอนสแควร์เชียร์ลีดเดอร์แห่งประเทศไทย ปี 2001 และ 2003, รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย To Be Number One ปี 2005 และเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง SMJK Ave Maria Convent ประเทศมาเลเซีย (Titans Cheerleading Team) ปี 2004

 

     ปัจจุบัน สิทธิชัย กลีบสมุทร หรือ เอก (จุ่น) เป็น Marketing Manager บริษัท True Corporation ดูแลให้คำปรึกษาด้านการตลาดในการสื่อสารตัวตนของแบรนด์สู่ผู้บริโภค รวมถึงเขายังเป็นผู้บุกเบิกผลงานอันโดดเด่นและเป็นผลงานที่เขาภาคภูมิใจให้กับบริษัท ในโครงการ "ทรูเชียร์ไทย" สื่อกลางสำหรับให้คนไทยได้ร่วมส่งล้านแรงเชียร์ ล้านแรงใจ เชียร์ทัพนักกีฬาไทยไปด้วยกัน และแม้เขาจะผ่านการทำงานด้านการตลาดมากว่า 10 ปี แต่ทุกวันนี้เขายังสนุกกับงาน มองงานเป็นเหมือนครอบครัว มองปัญหาเป็นพลัง เป็นความท้าทาย จนนำพาให้เขาประสบความสำเร็จเฉกเช่นทุกวันนี้


รางวัลแกรนด์แชมเปี้ยน BCA International Cheerleading Open Championships สหราชอาณาจักร ปี 2004

ความรู้สึกดีๆ ในมหาวิทยาลัย ที่เรียกว่าบ้าน
     สิทธิชัย เล่าย้อนไปเมื่อปี 2002 ที่เขาตัดสินใจเลือกเรียนนวัตกรรมสังคม ให้ฟังว่าเป็นคณะที่ตัวเขาเองสนใจ และพอได้เรียนก็ได้รับความรู้ต่างๆ ที่คาดหวังไว้ เหนือไปกว่านั้นคือได้สังคมแห่งมิตรภาพ


รางวัลแกรนด์แชมเปี้ยน BCA International Cheerleading Open Championships สหราชอาณาจักร ปี 2004

เพื่อนๆ ร่วมทีมรางวัล BCA International Cheerleading Open Championships สหราชอาณาจักร ปี 2004 

     “เนื่องด้วยเราเป็นนักกีฬา ซึ่งต้องมีการซ้อมค่อนข้างเยอะ บางทีดึกถึงเที่ยงคืน ยิ่งเวลาไปแข่งต่างประเทศ อาจลากยาวถึงตี 2 ตื่นเจ็ดโมง สิ่งที่เราได้จากคณะคือเพื่อนๆ ที่คอยช่วยซัพพอร์ท แล้วผมก็ยังได้พี่ชายที่ดี พี่โอ๊ต เขาเป็นโค้ชที่ผมรักมากที่สุด รวมถึงเพื่อนๆ ที่ทุกวันนี้ก็ยังคบหากันสนิทกัน ที่สำคัญผมได้ภรรยาจากที่นี่ จากการเป็นนักกีฬาเชียร์ลีดดิ้งด้วยกัน ทุกสิ่งดีๆ มันเริ่มต้นตั้งแต่ผมได้ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยรังสิต และสิ่งที่ผมประทับใจอีกอย่างตอนเรียน คือการเป็นนักกีฬาทีมชาติ ทีมประเทศไทย ได้ไปแข่งต่างประเทศ ได้แชมป์แรกที่ประเทศอังกฤษกลับมา ถือว่าเป็นทีมแรกเลยที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาไทยในประเภทเชียร์ลีดดิ้ง กลับมาถึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากอาจารย์ แม้กระทั่งพี่ๆ รปภ. ดีใจ ปรบมือ แสดงความยินดีกับเรา ใครไม่ได้สัมผัสตรงนั้น อาจจะไม่รู้ว่าความรู้สึกดีๆ จากบ้านเราหรือมหาวิทยาลัยเรามันเป็นอย่างไร”



ยึดหลักนักกีฬาสู่การทำงานสายการตลาด

     ระหว่างการศึกษาในรั้วม.รังสิต เส้นแบ่งเวลาของสิทธิชัย คือเรียนและซ้อมกีฬา โดยไม่มีเวลาไปสังสรรค์ใดๆ กับเพื่อน แม้จะเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน แต่นั่นคือความสุข และเขายอมรับว่ากีฬาเชียร์ลีดดิ้ง ช่วยต่อยอดในสายงานเขามาจนถึงทุกวันนี้ กับตำแหน่ง Marketing Manager (Center of Excellence, Content and Media Synergy Business) แห่งบริษัท True Corporation



     “ระหว่างตอนเป็นนักกีฬาที่ ม. รังสิต จะมีงานอีเว้นท์ ที่ได้ไปโชว์ตัวตามงานต่างๆ คือพอเราได้ไปงานอีเว้นท์มากมาย ก็เลยอยากเป็นนักคิด นักสร้างสรรค์แบบนั้น ทำให้ได้รู้จักอาชีพที่เกี่ยวกับ Creative Event พอเรียนจบมาจึงทำให้รู้สึกว่า อยากเป็น Creative Event ดังนั้น อาชีพช่วงแรกของการทำงานคือ ได้เป็น Creative Event ที่บริษัท Event Organizer แห่งหนึ่ง ซึ่งผมกล้าพูดว่าผมทำสิ่งนั้นมาได้ดีโดยตลอด และผมก็คิดว่าการเป็นครีเอทีฟมันต้องมีส่วนเติมเต็ม มันมีเรื่องแบรนด์ดิ้งมาเกี่ยวข้องเพื่อรีเทิร์นกลับมาเป็นยอดขาย จากนั้นเลยไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการตลาด และได้ทำงานสายการตลาดมาถึงปัจจุบัน ที่ได้รับโอกาสดีๆ จาก True Corporation ทำงานในตำแหน่ง Marketing Manager ดูแลในส่วน Brand Communication ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาทั้งหมด ซึ่งเป็นงานที่ผมดีใจที่ได้ทำมาก เพราะกีฬาเป็นสิ่งที่ผมรัก”


     “ผมจะมีคติการทำงานอยู่อย่าง คือการทำงานต้องเริ่มต้นจากความสุข และความสุขของผมคือกีฬา ผมโตมากับกีฬา มันเลยจะมีความสุขทุกครั้งที่เราเห็นนักกีฬาประสบความสำเร็จแบบที่เราเคยทำมา และผมกล้าพูดได้เลยว่าการได้เป็นนักกีฬาเชียร์ลีดดิ้งเมื่อตอนเรียน มันต่อยอดในเรื่องของการทำงานในทุกวันนี้ด้วย ในเรื่องการทำงานเป็นทีม เพราะกีฬาเชียร์ลีดดิ้งใช้คนถึง 16 คน ที่ต้องรวมแรงเป็นหนึ่งเดียว ในการต่อตัว ทำพีระมิดต่างๆ ยอดต้องเชื่อใจฐาน ฐานต้องเชื่อใจยอด สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมนำมาพัฒนาต่อยอดในการทำงานที่จะสร้างทีมเวิร์คที่ดี เพราะการทำงานที่ดีต้องอาศัยทีมเวิร์ค วันแมนโชว์บางทีอาจจะไปไม่รอด”


ทุกงานคือความท้าทาย
     ไม่ใช่แค่บทบาทผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่สิทธิชัยต้องบริหาร ยังมีอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญในการทำงานของเขาที่เพิ่มพูนมา นั่นก็คือการผลิต Content Marketing สู่ผู้บริโภคให้เข้าถึงแบรนด์ให้เกิดผลมากที่สุด “หน้าที่หลักๆ ของผมคือหาคอนเทนต์อะไรก็ตามที่จะเป็นแม่เหล็ก ในการดึงสินค้าของแบรนด์ เพื่อมาเป็นคอนเทนต์ไปสู่สายตาของผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทใหม่ที่ท้าทายและรู้สึกแฮปปี้สำหรับผมมาก ณ ตอนนี้”

     “ในมุมมองของผม นักการตลาดยุคนี้ต้องใช้คอนเทนต์เป็นตัวนำ ต้องเข้าใจคอนเทนต์จะสื่อสารอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างไร และต้องเจาะกลุ่มผู้บริโภคให้ชัด จะเจาะแบบกว้างๆ ไม่ได้แล้ว ที่สำคัญต้องเข้าใจผู้บริโภคให้มาก เพราะผู้บริโภคยุคนี้มีการเปลี่ยนแปลงฉับไวมาก ฉะนั้น การเป็นนักการตลาดที่ดีต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ หาเครื่องมือต่างๆ ให้เยอะ เพื่อให้รู้ว่าจะวางหรือใช้คอนเทนต์อย่างไร สิ่งสำคัญผมว่าอย่าหยุดพัฒนา มองว่ามันเป็นความท้าทาย ต้องกล้าทำ ถ้าเราไม่กล้าก็ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่จะทำจะประสบความสำเร็จไหม ถึงไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร จริงๆ ทุกงานมีปัญหาได้หมด เป็นบททดสอบให้เราแก้ แต่ถ้าไม่แก้ก็คือยอมแพ้ไป การแก้ปัญหาของผมคือ เราต้องทำมันเต็มที่ เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ ที่สำคัญคือเวลามีปัญหา ผมจะใช้วิธีการปรึกษาผู้ใหญ่ เพื่อขอคำแนะนำ เราจะได้ไม่เสียเวลาในการทำงาน แล้วนำมาประมวลความคิด ใช้เป็นแนวปฏิบัติงานของเรา”

งานคือครอบครัว
     แม้แรกเริ่มเส้นทางของศิษย์เก่าคนนี้จะไม่ได้เดินมาตรงๆ เพื่อทำงานในสายงานสื่อสารการตลาด แต่ระหว่างทางเขาก็ได้เจอสิ่งที่สนใจและหล่อหลอมเขาจนได้พบเส้นทางที่เขารักและมีความสุข งานที่เขานิยามว่าครอบครัว-ครอบครัวที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ผลักดันให้เขาผลิตผลงานต่างๆ มาโดยตลอดอย่างในทุกวันนี้

      “ถ้าให้เปรียบเทียบคำว่างาน ผมให้ความหมายงานคือครอบครัว มีงานที่ดี มีอาชีพตำแหน่งการงานที่ดี มีการยอมรับที่ดีจากเพื่อนร่วมงาน มีโอกาสดีๆ จากบริษัท มันก็หมายถึงว่า เราสร้างครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น ทุกวันนี้การทำงานของผม มองว่ามันเป็นสิ่งที่ต่อยอดจากตัวผมเอง ผมอยากสร้างครอบครัวที่มีความสุข ในฐานะที่เราเป็นผู้นำของครอบครัว ผมอยากทำทุกอย่างให้ครอบครัวมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน สำหรับผมการทำงานมีท้อไหม มีท้อ มีเหนื่อย แต่ท้อบวกเหนื่อย มันจะเท่ากับความสำเร็จ ทุกวันนี้ผมทำเพราะครอบครัว”

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ