'บุศรินทร์ จริยาพรพงศ์' กับสิ่งที่ไม่ได้อยากเป็น แต่เป็นอย่างมีความสุข

02 Jul 2019

 

     บนถนนของนักศึกษาจบใหม่หลายคนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ บางคนทำฝันทำหล่นหาย ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ไม่ได้เรียนจบมาโดยตรง ไม่พร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรค ไม่มีต้นทุนชีวิต ไม่ได้รับโอกาสดีๆ เหมือนเช่นคนอื่นๆ แต่ความรู้สึกเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับ หลิง-บุศรินทร์ จริยาพรพงศ์ District Manager จากบริษัท Starbucks Coffee (Thailand) ศิษย์เก่าสาขาวิชาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และศิษย์เก่าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต  (M.B.A) ผู้หญิงที่เชื่อว่าชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง และยอมรับสิ่งเหล่านั้นให้ได้ หลังจากนั้นคือการเริ่มต้นลงมือทำให้ดีที่สุด

ชีวิตเปลี่ยน(ในทางที่ดี) เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

     เมื่อปี 2541 บุศรินทร์ จริยาพรพงศ์ หรือหลิง ยังคงเป็นศิษย์เก่าปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ ม.รังสิต เธอเป็นเด็กใฝ่เรียน รักในการเรียนรู้ และที่สำคัญเธอเป็นผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ สารรังสิต ตั้งแต่แรกเริ่ม โดยได้รับการชักชวนจากผู้ช่วยศาสตราจารย์สมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ ที่เธอยังคงจำทั้งคำสอนและนำภาคปฏิบัติงานในตอนนั้นมาประยุกต์ใช้กับเส้นทางการทำงานตลอดมา แต่นอกจากปริญญาตรี เธอได้ศึกษาต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต M.B.A ที่ ม. รังสิต เช่นเดียวกัน

     “ความทรงจำในสมัยเรียน เนื่องด้วย เราเป็นเด็กที่ย้ายคณะมา ตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีเพื่อนอะไรมาก ก็เป็นเด็กที่กึ่งๆ นะคือทั้งตั้งใจเรียนและก็ทำกิจกรรมบ้าง ก็เป็นเหมือน PR ของชมรมดนตรีด้วย และก็ทำสารรังสิตนี่แหละ ก็โชคดีที่ตอนเรียนได้รับโอกาสจาก อ.เขี้ยว ให้มาช่วยทำสารรังสิต ที่เขากำลังอยากปรับโฉมใหม่ทั้งรูปแบบนิตยสารและออนไลน์ ก็สนุกสนาน ได้เรียนรู้อะไรมากมายจนเรียนจบ ก็ต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต M.B.A ที่ ม. รังสิต จริงๆ ที่นี้ก็เป็นชีวิตของการเปลี่ยนแปลง ทั้งตอนเรียนตรีและโท ที่นำพาให้เรามาเป็นอย่างทุกวันนี้”

เปลี่ยนจากงานในฝัน เป็นงานที่ยังหลงเหลือสิ่งที่ฝัน
     หลังจากเรียนจบ แม้หลิง-บุศรินทร์ จะไม่ได้ทำงานด้านนิตยสารที่หมายหมั้นตามสิ่งที่เรียนมา แต่งานที่เธอทำมาโดยตลอด ก็พูดได้ว่า โชคดีที่อยู่ในความชอบส่วนหนึ่งของเธอ ที่สำคัญเธอไม่ได้ทิ้งความรู้ในสิ่งเรียนมาเลย แถมเธอยังรู้สึกสนุกไปกับเส้นทางงานด้านบริหาร ตั้งแต่การเป็น Local Marketing Manager และ Promotion Manager ในบริษัท EGV Entertainment, Business Development Manager ที่ Century The Movie Plazar และ Operations Administrator & Executive Secretary Yum Restaurant (KFC) 

     “แม้วารสาร ไม่ใช่สาขาแรกที่เราเลือกเรียน แต่พอเราเริ่มเรียนไปได้ 2 ปี ก็รู้สึกชอบคณะนี้ คือเราชอบเขียน ชอบเล่าเรื่อง ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกว่าหาตัวเองเจอ จนมาฝึกงานก็เจอจุดเปลี่ยนอีก ตอนนั้นฝึกที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กองออนไลน์ ทำข่าวเกี่ยวกับไอที แต่ดันรู้สึกไม่ชอบออกไปทำงานตามหมายข่าวต่างๆ ก็เลยรู้ว่าตัวเองอยากทำงานนิตยสารมากกว่า และจบมาก็สมัครงานไปหลายที่ สุดท้ายก็ไม่ได้ทำนิตยสาร แต่มาทำ Local Marketing Manager บริษัท EGV Entertainment จากนั้นก็เติบโตมาเรื่อยๆ เป็น Promotion Manager ซึ่งไม่ได้ตรงกับที่เรียนมาเลย งานส่วนใหญ่เป็นงานโปรโมชั่นเกี่ยวกับภาพยนตร์ แล้วก็เติบโตในสายงานมาเรื่อยๆ ก็ไปทางบริหารหมด แต่จริงๆ ชีวิตการทำงานก็ไม่ได้ทิ้งความรัก ความชอบไปเสียหมด เพราะเราเรียนนิเทศศาสตร์มา มันเป็นเรื่องการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารให้ลูกค้ามาร่วมโปรโมชั่นกับเรา สื่อสารทางด้านภาพ ด้านกราฟฟิก ด้านข้อความ หรือการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอยากจะกลับมาหาเรา สิ่งที่ได้มาจากการเรียนวารสารศาสตร์” 

เปลี่ยนตัวเอง เพื่อความสุข

     ตลอด 10 ปีกว่า ในเส้นทางงานบริหาร หลิง-บุศรินทร์ ยอมรับว่าชีวิตการทำงาน มีการเปลี่ยนแปลงตลอด แต่สิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่เป็นอุปสรรคของเธอคือภาวะที่รู้สึกแย่กับการทำงานมานาน และความรู้สึกว่าตัวเองมีค่าองค์กร แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับบางอย่างจากผู้บริหาร จนนำมาถึงการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ที่เธอบอกว่ามีความสุขในการทำงานมาก นั้นคือการได้มาเป็น District Manager บริษัท Starbucks Coffee (Thailand) ประจำเขต พระราม 2, มหาชัย และหัวหิน

     “จริงๆ พอทำงานมาถึงจุดหนึ่ง เรียกว่าเรารู้สึกพาวกับตัวเองมาก คือเราทำงานทุ่มเทมาก แต่เราในตอนนั้นนะ รู้สึกว่าไม่ได้รับความไว้วางใจหรือความสำคัญจากผู้ใหญ่ ตอนนั้นไม่คิดอยากทำงานอะไรเลย รู้สึกตัวเองไร้ค่า จนวันหนึ่งมีพี่ๆ ยื่นมือเข้ามาช่วย คือเราไปสมัครเป็นบาริสต้าที่ Starbucks Coffee เพียงเพราะว่า เพื่อให้หาความรู้และออกมาทำอะไรของตัวเอง แต่ปรากฏว่าเขาบอกต้องการมากกว่านั้น เนื่องจากประสบการณ์ของเรา จนวันนี้ทำงานตรงนี้มา 6 ปีแล้ว ที่นี่เปลี่ยนเรานะ เปลี่ยนจากที่ตัวเองเคยเป็นจุดศูนย์กลางของทุกอย่าง ตอนเป็นผู้บริหาร แต่ที่นี่เราไม่ใช่ เราเปลี่ยนตัวเองไปเป็นโค้ช กลายเป็นพี่ เป็นคนซัพพอร์ทร้าน เปลี่ยนทัศนคติ มุมมองความคิดของเราไปอีกมุมมองหนึ่ง พอนึกย้อนไปเหตุการณ์วันรู้สึกไร้ค่ากับตัวเอง ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าตัวเอง ใครก็ไม่เห็นค่าเรา”

     ตลอดการนั่งคุยจนถึงบรรทัดนี้ ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเรา เต็มไปด้วยแววตายิ้มแย้ม มีความสุขเมื่อเธอพูดคำว่ารู้คุณค่าต่อตัวเอง ต่อน้องๆ ในร้าน และต่อครอบครัว มากกว่าไปเรื่องราวข้างต้น อาจจะยังไม่ค่อยมีใครทราบว่า เธอยังเป็นผู้มีส่วนร่วมคนหนึ่งที่นำพา Starbucks Coffee มาตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยรังสิตอีกด้วย “จริงๆ ไม่ได้มีส่วนรวมอะไรมาก บังเอิญว่าแบรนด์เรา ณ วันนั้น กำลังจะขยายตัวไปในหลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ปั้มน้ำมัน คอมมูนิตี้มอลล์ แล้วทีนี้ ก็ได้ทราบข่าวว่า ม.รังสิตกำลังสร้างตึก แล้วด้วยบริษัทเราไม่ได้ใหญ่มาก support center เรารู้จักกันหมด เราก็เลยบอกทีม Real Estate ไปว่า ม.รังสิต กำลังมีตึกใหม่ เราก็แค่เป็นส่วนหนึ่งในการติดต่อสื่อสารเบื้องต้นเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มากกว่า จนสุดท้ายก็มี Starbucks ในมหา'ลัยเราก็ดีใจนะ”

ทำงานให้ดีที่สุดในสิ่งที่เป็น และจะมีความสุข

     แน่นอนว่าทุกเส้นทางฝันของทุกคนอาจเลือกเป็นตามใจหวังไม่ได้ สำหรับ บุศรินทร์ จริยาพรพงศ์ ไม่นั่งตัดท้อตัวเองหรือโชคชะตา แต่เธอมีคติที่ว่า แม้สิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่อยากเป็น แต่จงทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่

     “ทุกวันนี้เรามีความสุขกับการทำงานแล้ว มีความสุขในการทำงานทุกๆ วัน ที่ได้คุยกับน้องๆ ได้โค้ชเขา เห็นเขาประสบความสำเร็จ ตั้งแต่เป็นพนักงานตัวน้อยๆ จนวันหนึ่งเขาก้าวเป็นผู้จัดการร้าน ก้าวเป็นผู้จัดการเขต ทุกๆ ครั้งที่เราเห็นน้องเราก้าวต่อไป เราจะรู้สึกภูมิใจ มีความสุข และบางครั้งที่รู้สึกเครียดกับงาน พอมาเจอลูกค้า แล้วลูกค้ามีความสุข แค่นี้เราแฮปปี้แล้ว คำว่าประสบความสำเร็จสำหรับเรา เราเคยบอกน้องๆ ว่า เราอาจไม่ได้รักอาชีพนี้ และไม่ได้อยากเป็น แต่ทุกครั้งที่ทำงาน เราจะรักในสิ่งที่ทำ ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราเป็น”

     “ถ้าถามว่าอะไรที่นำพาเรามาถึงวันนี้ น่าจะเป็นการยอมรับการเปลี่ยนแปลง เมื่อไหร่ที่ทุกข์ หรือเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวัง เราต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง และก้าวผ่านมันไปให้เร็วที่สุด มีคนเคยสอนว่า คนเรายิ่งล้มเร็วเท่าไหร่ ยิ่งลุกขึ้นเดินได้เร็วเท่านั้น เราล้มก่อน ก็จะลุกได้ก่อน เราลุกก่อนก็จะเดินได้ก่อน”


 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ