เรียนเชฟพร้อมโกอินเตอร์ RSU Chef School จัดให้ และเส้นทางเชฟของ “นนทกร นามปะเส”

23 Dec 2021

"เชฟ" อีกหนึ่งอาชีพสุดเท่ที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน รายได้สูง และเป็นอาชีพที่เรียกว่า หุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้!

     ช่วง #ทอล์กกะเชฟ วันนี้สารรังสิตออนไลน์จะพาทุกคนวาร์ปไปบุกครัวร้าน Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งสัญชาติฝรั่งเศสสุดหรูจากเชฟชาวฝรั่งเศสชื่อดังระดับโลก Alain Ducasse เชฟเจ้าของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ เเละพบกับ... 

     บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของ เบส-นนทกร นามปะเส ศิษย์เก่า RSU Chef School วิทยาลัยการท่องเที่ยว การบริการ และกีฬา ม.รังสิต ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ Commis1 ที่ Blue by Alain Dugasse (Michelin Star) ICON Siam และพูดคุยกับเชฟ Wilfrid Hocquet Executive Chef of Blue by Alain Ducasse พร้อมแล้วไปกันเล้ยยย...

 

ทำไมถึงเลือกเรียน RSU Chef School?

          เบส-นนทกร นามปะเส เล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่ตนเองเป็นคนที่ชอบ enjoy eating เวลาไปทานอาหารเห็นการจัดวางสวยๆ ก็อยากมีประสบการณ์ในการทำด้านแบบนี้บ้าง ประกอบกับเป็นคนชอบเรียนปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี และมีความสนใจในอาชีพเชฟ จึงได้หาข้อมูลจากหลายทางก่อนตัดสินใจเลือกเรียนที่ RSU Chef School

 

          “สำหรับการเรียนการสอนของ RSU Chef School ทุกคนจะได้เริ่มเรียนตั้งแต่เบสิก ไปจนถึงการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาหาร โดยมีหลากหลายกลุ่มวิชาให้เลือกเรียน อาทิ ด้านการประกอบอาหารไทย การประกอบอาหารตะวันออก การประกอบอาหารตะวันตก และเบเกอร์รี่ ซึ่งเบสเองมีความสนใจทางด้านอาหารตะวันตก ภายหลังจึงได้เลือกไปฝึกงานที่ประเทศฝรั่งเศส โดยนอกจากเรื่องอาหารแล้วที่ RSU Chef School ผู้เรียนยังได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร การตลาด บัญชี โภชนาการ เรียกว่าได้ความรู้รอบด้าน การเรียนการสอนจะเป็นรูปแบบ bilingual (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เน้นทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ โดยในภาคปฎิบัติเน้นการทำจริงในห้องปฎิบัติระดับมาตรฐานสากล มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ต่อให้เราทำอะไรไม่เป็นแต่มาเรียนที่นี่เราจะได้ทำเป็นทุกอย่าง เตรียมพร้อมเข้าสู่อาชีพเชฟอย่างมืออาชีพ”

 

ความประทับใจในการฝึกงานต่างแดน โรงแรม Le Meurice ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

          “การได้มีโอกาสฝึกงานที่โรงแรม Le Meurice ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นใบเบิกทางในการทำงานด้านเชฟที่ดีมาก ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองหลายอย่าง รวมทั้งได้พัฒนาด้านภาษาควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส”

 

          เบส นนทกร กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่ประเทศฝรั่งเศส ที่โรงแรม Le Meurice Paris Restaurant le Meurice Alain Ducasse ซึ่งเป็นโครงการที่วิทยาลัยศิลปศาสตร์กับสถาบันในประเทศฝรั่งเศสจัดขึ้น ซึ่งก่อนเดินทางคณาจารย์ทางวิทยาลัยศิลปศาสตร์ได้ช่วยเตรียมความพร้อมในการเทคคอร์สเพิ่มเติม ทั้งด้านภาษา การใช้ชีวิต การเดินทาง ต้องระวังตัวอะไรบ้าง รวมทั้งคำศัพท์ด้านต่างๆ ที่เราจะต้องเจอและใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ตรงนี้ก็ทำให้เรารู้สึกมั่นใจในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะมีปัญหาด้านการสื่อสารบ้างในช่วงแรก แต่ก็ผ่านมาได้ รวมทั้งได้ประสบการณ์ดีๆ มาอีกเพียบ พร้อมก้าวสู่โลกของการทำงานด้านเชฟ”

 

ประสบการณ์การทำงานที่ Blue by Alain Ducasse

     หลังจากฝึกงานเสร็จ และภายหลังจบการศึกษาได้เริ่มต้นทำงานที่ร้าน Blue by Alain Ducasse โดยทำงานที่นี่มาเป็นระยะเวลา 2 ปีแล้ว ปัจจุบันทำหน้าที่ Commis1 เป็นผู้ช่วยเชฟ โดยจุดเริ่มต้นของการมีโอกาสได้เข้าทำงานที่นี่มาจากการชักชวนของ Wilfrid Hocquet (Executive Chef of Blue by Alain Ducasse) เมื่อครั้งที่ เปิดสาขาที่ประเทศไทย และเชฟได้เดินทางไปที่โรงแรม Le Meurice Paris Restaurant le Meurice Alain Ducasse ที่ฝรั่งเศส และได้กล่าวเชิญชวนให้มาร่วมงานด้วยกันเมื่อเรียนจบ

 

     เรียกว่าการทำงานที่ร้าน Blue by Alain Ducasse เป็นประสบการณ์หน้าแรกที่สำคัญของการพัฒนาทักษะ ฝีมือด้านการทำอาหารของ เบส นนทกร ซึ่งในอนาคตเบสเองก็ได้วางแผนไว้ว่าอยากมีร้านเล็กๆ local Restaurant เป็นของตัวเอง หรือไปทำงานต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้ด้านการทำอาหารเพิ่มเติม พร้อมทั้งทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเป็นเชฟที่ดีไว้ว่า

 

     “การเป็นเชฟไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด นอกจากใช้หัวใจในการปรุงอาหารแล้ว ต้องมีความอดทน เพราะการทำงานเราต้องยืนตลอด เหนื่อย และกดดันบ้างเป็นธรรมดา และสิ่งสำคัญคือต้องรักความสะอาด และพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ”

 

     ว้าวมาก! กับเส้นทางการเป็นเชฟของรุ่นพี่เรา ไปว้าวกันต่อบุกกันไปถึงครัวพูดคุยกับเชฟคนสำคัญ Wilfrid Hocquet (Executive Chef of Blue by Alain Ducasse) ซึ่งถือว่าเชฟท่านนี้คือครูผู้ฝึกวิชาและเปิดประสบการณ์ด้านการทำอาหารอย่างมืออาชีพให้กับรุ่นพี่ศิษย์เก่าของเรา

 

 

สไตล์อาหารร้าน Blue by Alain Ducasse

     Wilfrid Hocquet (Executive Chef of Blue by Alain Ducasse) กล่าวว่า ร้าน Blue by Alain Ducasse เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส ที่มีลักษณะพิเศษผสมผสานความคลาสสิคของอาหารฝรั่งเศส ควบคู่กับการเป็นอาหารท้องถิ่นของไทย จุดเด่นของอาหารภายในร้าน จะนำส่วนประกอบ หรือวัตถุดิบที่หาได้จากประเทศไทย ผสมผสานกับเมนูต่างๆ ของร้าน แต่ทั้งนี้ก็ยังคงรักษา ธรรมเนียม วัฒนธรรม กลิ่นอายของอาหารฝรั่งเศส โดยสิ่งที่เป็นความเฉพาะของทางร้านคือ ลักษณะของซอสที่เป็นแบบฉบับของฝรั่งเศส และจุดเด่นอีกอย่างของร้านคือเป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความคสาสสิคของสไตล์ฝรั่งเศส 

 

Chilled carabineros, butternut squash (ที่มา: https://www.bkkmenu.com/)

 

     “ในส่วนของเมนูอาหารต่างๆ จะมีลักษณะที่สำคัญ และเมนูหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือ เมนูที่ทำมาจากไข่ปลาคาเวียร์ที่จะท็อปอยู่ข้างบน มีเยลลี่ใสซึ่งทำมาจากมะเขือเทศจากจังหวัดเชียงใหม่ และยังมีเนื้อปูที่สั่งจากภูเก็ต ส่วนไข่ปลาคาเวียร์ก็จะสั่งตรงมาจากฝรั่งเศส เมนูนี้เรียกว่า King Crab โดยสิ่งที่สำคัญของร้านคือเรื่องของซอสที่จะมีความพิเศษ โดยสิ่งที่เป็นจุดเด่นคือ เมนูจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ประเทศไทยก็จะมีเมนูที่เป็นแบบฉบับของประเทศไทย แต่จะคงคอนเซ็ปต์ความเป็น Alain Ducasse เอาไว้”

การร่วมงานกับเบส นนทกร

     เชฟ Wilfrid Hocquet กล่าวว่า ตอนที่เปิดร้าน Blue by Alain Ducasse ใหม่ๆ เชฟต้องเดินทางไปที่โรงแรม Le Meurice ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และมีโอกาสได้เจอเบสในห้องครัว โดยมาเป็นนักศึกษาฝึกงานภายใต้โครงการความร่วมมือของวิทยาลัยศิลปศาสตร์กับสถาบันในประเทศฝรั่งเศส เมื่อเชฟได้เห็นศักยภาพในการทำงานของเบสจึงได้เสนอและชวนมาทำงานที่ร้านอาหารแห่งนี้ที่ประเทศไทยภายหลังจากฝึกงานเสร็จ ซึ่งเชฟมองว่า สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคืออยากได้คนที่จะต้องรู้จักร้านอาหารของ Alain Ducasse เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่รู้จักร้านเท่านั้นแต่จะต้องรู้จักถึงเป้าหมายของร้านรูปแบบการทำงาน กฎเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับร้านอาหารของ Alain Ducasse ด้วย ซึ่งเบสเองก็รู้จักเป็นอย่างดีเนื่องจากได้ฝึกงานที่นี่

 

     “สิ่งที่น่าสนใจว่าเราจะต้องร่วมมือกันกับสถาบันการศึกษา ในการที่จะส่งเด็กไทยไปฝึกงาน หลังจากนั้นเราก็จะได้... เชฟไทยที่มีคุณภาพในอนาคต”

     “สำหรับเบสการเริ่มต้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ด้วยความที่เบสไปฝึกงานที่ฝรั่งเศสมาแล้ว ได้ผ่านกระบวนการตรงนั้นมาแล้ว ก็จะมีส่วนช่วยได้มาก สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ เบสมีแรงบันดาลใจ พร้อมที่จะเรียนรู้ การฝึกงานที่ฝรั่งเศสหล่อหลอมสิ่งเหล่านี้ให้กับเบสท์ และสิ่งหนึ่งคือเขาเข้าใจภาพรวมความเป็นร้านอาหาร Alain Ducasse ประกอบกับองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้เรียนมา 4 ปีในมหาวิทยาลัยก็จะถูกนำมาปรับใช้กับการทำงานเชฟได้อย่างมืออาชีพ” เชฟ Wilfrid Hocquet กล่าวเพิ่มเติม

 

คุณสมบัติและหัวใจของการเป็นเชฟที่ดี

     เชฟ Wilfrid Hocquet กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเป็นเชฟที่ดีไว้ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องพยายามตั้งคำถามกับทุกสิ่งอยู่ตลอดเวลา เพียรพยายามเต็มที่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พยายามสร้างสิ่งต่างๆ สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ พยายามหาสิ่งใหม่ๆ มาทำ นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการเป็นเชฟคือ จะต้องเป็นคนที่เก่งเรื่องการจัดการ รวมทั้งเรื่องของความสะอาด และความเข้มงวดในการทำงานก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน”

    สำหรับคนที่สนใจอาหารสไตล์ฝรั่งเศส แวะไปได้ที่ร้าน Blue by Alain Ducasse ตั้งอยู่บนชั้น 1 โซน ICONLUXE ของ ICONSIAM

 

     ส่วนน้องๆ ม.ปลายคนไหนที่มีแรงบันดาลใจ และค้นพบว่าอนาคต #ฉันอยากเป็นเชฟ ที่ RSU Chef School วิทยาลัยการท่องเที่ยว การบริการ และกีฬา ม.รังสิต พร้อมเติมเต็มความฝันและพัฒนาทักษะด้านการ การเรียนรู้การทำอาหารที่หลากหลายทั้งครัวไทยและต่างประเทศ สัมผัสประสบการณ์กับเชฟมืออาชีฟ พร้อมทั้งสนับสนุนการแข่งขันทักษะ โดยการนำนักศึกษาไปร่วมประลองฝีมือการแข่งขันทักษะด้านอาหารในเวทีระดับสถาบัน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ และระหว่างเรียนยังมีโอกาสโกอินเตอร์ไปฝึกงานทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝน และประสบการณ์รวมถึงเรียนรู้ความหลากหลายของวัฒนธรรมการทำงานในประเทศต่างๆ เตรียมพร้อมเข้าสู่อาชีพเชฟอย่างเต็มรูปแบบ

 

     สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/COTHRSU

 

*ขอขอบคุณร้าน Blue by Alain Dugasse (Michelin Star) ICON Siam

**ขอขอบคุณล่ามแปลภาษาฝรั่งเศส:

อาจารย์ฐนวิชณ์ ไกรเพิ่ม หัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ