ยับยั้ง Fake News ด้วยรู้เท่าทันและรู้วิธีตรวจสอบ สร้าง “เช็คก่อนแชร์” ให้เป็น New normal

16 Oct 2020

     ในยุคที่ข้อมูลจำนวนมากถูกผลิตและส่งต่อถึงกันอย่างรวดเร็ว ด้วยบทบาทของผู้รับสารที่เปลี่ยนแปลงไป จากบทบาทเดิมที่เป็นแบบ Passive audience กลายเป็น User Generated Content (UGC) ที่สามารถผลิตสารได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกผลิตส่วนใหญ่ถูกแพร่กระจายถึงกันโดยขาดการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง เราจึงพบข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม (Fake news) จำนวนมากในแพลตฟอร์มออนไลน์ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบแตกต่างไปตามเจตนาของผู้ส่งสารที่แตกต่างกัน ดังนี้  1) ข้อมูลเท็จที่เกิดขึ้นจากความไม่ได้ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ส่งสาร (Misinformation) ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงหรือถูกต้อง ส่วนใหญ่ข่าวปลอมประเภทนี้มักเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพ และการรักษาโรค เช่น “ดื่มน้ำมะนาวโซดา รักษาโรคมะเร็ง”และ “สเปรย์พ่นปากฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาได้” เป็นต้น 2) ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน (Disinformation) ที่ผู้ส่งสารรู้อยู่แก่ใจว่าไม่เป็นความจริงแต่เจตนาโกหกเพื่อหวังผลบางอย่าง ส่วนใหญ่เป็นข่าวพาดหัว ยั่วให้คลิก (Click bait) ข่าวที่ผู้ผลิตจงใจสร้างพาดหัวข่าวให้มีความหวือหวาดึงดูดความสนใจผู้อ่านให้คลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาข่าว ด้วยหวังหลอกล่อให้ผู้อ่านกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือหวังรายได้จากยอดวิว ยอดผู้เข้าชม เช่น “7-Eleven มอบคูปองฟรี 500 บาทต่อครอบครัวเพื่อฉลองครบรอบ 57 ปี”  3) ข่าวที่ผู้ส่งสารตั้งใจบิดเบือนหรือผลิตขึ้นโดยมีเจตนาร้าย (Mal-information) มุ่งทำร้ายชื่อเสียงบุคคล องค์กร หรือสร้างความเกลียดชังให้กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคล เป็นข่าวปลอมประเภทเอนเอียงเลือกข้าง (Partisan) ที่เจตนาให้การสนับสนุนเฉพาะพรรคพวกของตน โจมตีฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้พรรคพวกของตนหรือธุรกิจของตนได้รับความนิยมมากกว่าคู่แข่ง เช่น “ขายข้าวต้องผ่านรัฐ ขายเองจับติดคุก” และ “คลังมีงบจ่ายเงินเดือนข้าราชการ-ลูกจ้างได้อีกไม่เกิน 3 เดือน” เป็นต้น โดยผลกระทบของข่าวปลอมเหล่านี้ล้วนส่งผลเสียหายไม่เพียงแต่การก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความตื่นตระหนกแก่ผู้รับสารเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง ความเกลียดชังในสังคม ผลเสียหายต่อชื่อเสียง ทรัพย์สินและชีวิตของผู้ที่ถูกพาดพิงและผู้ที่หลงเชื่อข่าวปลอมเหล่านี้ด้วย

     ดังนั้น การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) จึงกลายเป็นเรื่องที่องค์กรทุกภาคส่วนตื่นตัวให้ความสำคัญ และพยายามส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนตระหนักในผลกระทบของข่าวปลอม และรู้จักวิธีการตรวจสอบข่าวปลอมก่อนตัดสินใจแชร์ ปัจจุบันมีหลายองค์กรร่วมมือกันพัฒนาช่องทางหรือระบบการตรวจสอบข่าวปลอมขึ้นเพื่อทำหน้าที่ช่วยค้นหาความจริงและตรวจสอบข่าวปลอมให้กับประชาชน โดยนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา สำนักข่าวไทย ได้ผลิตรายการ “ชัวร์ก่อนแชร์” และจัดตั้ง “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” ขึ้น พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนสอบถามข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ที่ Website: www.ชัวร์ก่อนแชร์.com, Facebook: ชัวร์ก่อนแชร์, Twitter: @SureAndShare และ Line ของสำนักข่าวไทย: @TNAMCOTFact checking

     ขณะเดียวกันในฝั่งของเจ้าของพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์เองอย่าง Facebook ก็ได้พัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลเท็จ โดยระบบจะลบบัญชีผู้ใช้ปลอมที่ไม่มีตัวตนจริงออก และหากพบว่าเพจใดมีการโพสต์เรื่องราวที่เป็นข้อมูลเท็จ หรือแชร์ข่าวปลอมซ้ำๆ เพจนั้นจะถูกลดการนำเสนอเนื้อหาลงและถูกตัดสิทธิ์การโฆษณา นอกจากนี้หากผู้ใช้ Facebook พบเจอโพสต์ข่าวปลอม สามารถรายงาน Facebook ให้ตรวจสอบและดำเนินการกับโพสต์นั้นได้ด้วยการคลิกที่จุดเล็กๆ 3 จุด ด้านขวาบนของโพสต์นั้นๆ และคลิกรายงานโพสต์ หรือแจ้งว่าเรื่องราวนี้เป็นข่าวปลอมได้

     ต่อมาในปี 2562 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เปิดตัว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้น โดยประชาชนสามารถเข้าไปสืบค้น ตรวจเช็ค รวมทั้งแจ้งเบาะแสให้ทางศูนย์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวนั้นๆ ได้ ผ่านช่องทางหลักของศูนย์ฯ ดังต่อไปนี้ Website: www.antifakenewscenter.com, Line: @antifakenewscenter.com, Twitter: @AFNCTHAILAND และ Facebook: Anti-Fake News Center Thailand

Anti-Fake News Center Thailand

ที่มา : แขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์ (https://surin.drr.go.th/?p=5947)

     ล่าสุดเมื่อต้นปี 2563 หน่วยงานภาคประชาสังคม อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ Friedrich Naumann Foundation for Freedom (FNF) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และภาคมหาวิทยาลัย ร่วมมือกันเปิดตัว โครงการโคแฟค (Collaborative Fact Checking : COFACT) แพลตฟอร์มออนไลน์น้องใหม่ที่เป็นพื้นที่เปิดที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามามีบทบาทร่วมแลกเปลี่ยน ตรวจสอบ แก้ไขและอัพเดทข้อเท็จจริงร่วมกันได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ Website: https://cofact.org, Twitter: @CoFactCoForm, Facebook : Cofact โคแฟค และ Line : @Cofact ภายใต้แนวคิดที่เชื่อมั่นในพลังประชาชน โดยเชื่อว่าทุกคนเป็นผู้ตรวจสอบข่าวหรือความจริงได้ (Everyone is a Fact Checker)

โคแฟคพื้นที่เปิดให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบข่าวลวง

ที่มา : Facebook page : Cofact โคแฟค

     จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของระบบการตรวจสอบข่าวปลอม สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับปัญหาข่าวปลอม ขณะเดียวกันประชาชนเองก็เริ่มรู้จักวิธีการตรวจสอบข่าวปลอมผ่านระบบเหล่านี้มากขึ้น แต่กระแสการส่งต่อข่าวปลอมยังไม่หมดไปจากสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นเพื่อให้พฤติกรรมการแพร่กระจายข่าวปลอมแบบ “รับปุ๊บแชร์ปั๊บ” หรือ “การส่งต่อข้อมูลโดยขาดการยั้งคิด” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ลดน้อยลง ระบบการตรวจสอบที่นำเสนอข้างต้นจึงนับเป็นช่องทางหรือเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และช่วยเปลี่ยนพฤติกรรม “รับปุ๊บแชร์ปั๊บ” ให้กลายเป็น “เช็คก่อนแชร์” ได้ ซึ่งหากสมาชิกผู้ใช้สื่อบนโลกออนไลน์ในทุกภาคส่วนสร้างพฤติกรรมนี้ให้เป็น New normal จนเกิดความเคยชินทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ก็จะช่วยพัฒนาประชาชนให้เป็นพลเมืองที่มีความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence : DQ) และช่วยพัฒนาสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมแห่งการรู้เท่าทันสื่อที่มีความเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

บทความโดย: อาจารย์เขมนิจ มาลาเว

อาจารย์ประจำวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

เอกสารอ้างอิง :

     1. พัชราภา เอื้ออมรวนิช (2562). สื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข่าวยุคดิจิทัล. วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม.  9 (2). สืบค้นวันที่ 11 กันยายน 2563 จาก  https://so01.tci-thaijo.org/index.php/e-jodil/article/view/230540/156880

     2. สรานนท์ อินทนนท์ (2562). การรู้เท่าทันข่าว (พิมพ์ครั้งที่ 1). ปทุมธานี : มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน. สืบค้นวันที่ 11 กันยายน 2563 จาก https://online.anyflip.com/dqql/vnwg/mobile/index.html

     3. ผู้จัดการออนไลน์ (2563). 5 วิธีสังเกตข่าวโควิด-19 ด้วยตัวเองที่ Facebook แนะนำ. สืบค้นวันที่ 12 กันยายน 2563 จาก https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9630000032853

     4. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (2563). ตัวอย่างข่าวปลอม. สืบค้นวันที่ 12 กันยายน 2563 จาก www.antifakenewscenter.com.

     5. Cofact-พื้นที่เปิดให้ทุกคนมาช่วยกันตรวจสอบข่าวลวง (2563). สืบค้นวันที่ 14 กันยายน 2563 จาก https://cofact.org/about

     6. ผู้จัดการออนไลน์ (2562). เปิดทางการ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม. สืบค้นวันที่ 12 กันยายน 2563 จาก https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9620000105150

     7. Sanook ออนไลน์. (2560). ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ เดินหน้าตรวจสอบข้อมูลบนโซเชียล “ชัวร์ก่อนแชร์”. สืบค้นวันที่ 12 กันยายน 2563 จาก https://www.sanook.com/news/2193258/

 

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ