อาชีพแห่งอนาคต : วิศวกรชีวการแพทย์

24 Mar 2020

            วิวัฒนาการของการแพทย์จากอดีตถึงปัจจุบันและต่อเนื่องไปในอนาคตนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตจากการรักษาผู้ป่วย(Cure Patients) เป็นการดูแลรักษาสุขภาพของประชากร(Care for citizens) มีการเปลี่ยนแปลงในด้านการเน้นการให้ความสำคัญของกระบวนการและสถานประกอบการมาที่การเน้นการใช้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เปลี่ยนแปลงจากเชิงตั้งรับโดยการรักษาโรคเป็นการป้องกันโรค เปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลมาเน้นการให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาที่บ้านมากขึ้น และจากการให้ความสำคัญกับวิธีการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาแบบการรุกล้ำเข้าไปในร่างการเป็นการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาแบบไม่รุกล้ำหรือรุกล้ำที่น้อยที่สุด

 

 

            จากวิวัฒนาการดังกล่าวทำให้การที่จะดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนทั้งเชิงป้องกันและเชิงรักษาในปัจจุบันและอนาคตให้ปราศจากโรคหรือให้หายจากโรคได้นั้น นอกจากจะมีแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ และยารักษาโรคแล้ว ยังต้องมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ และผู้ที่มีหน้าที่ค้นคว้า วิจัย ประดิษฐ์ ผลิต จำหน่าย บริหารจัดการให้การใช้งานได้มาตรฐานเพียงพอและพร้อมใช้ตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนกระทั่งการทำการกำจัดทิ้งที่ถูกวิธี เขาเหล่านั้นคืออาชีพที่เรียกว่า "วิศวกรชีวการแพทย์" ซึ่งเป็นผู้ที่เรียนจบมาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์สาขาหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในยุคของการดูแลรักษาสุขภาพยุคใหม่ โดยที่วิศวกรชีวการแพทย์นั้นเป็นอาชีพที่ท้าทายและเป็นวิชาชีพแห่งอนาคตของโลกเพราะเป็นผู้ที่มีองค์ความรู้ทั้งแพทย์และวิศวกรในลักษณะสหสาขาวิชาชีพ

 

 

            สำหรับแนวทางการประกอบอาชีพของวิศวกรชีวการแพทย์นั้น เนื่องจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทิศทางที่ก้าวหน้าและทันสมัยอย่างรวดเร็ว ดังนั้น บทบาทของวิศวกรชีวการแพทย์จะมีความสำคัญเป็นอย่างสูงต่อการดูแลรักษาสุขภาพทั้งในเชิงการป้องกันและการรักษา ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเป็นอาชีพที่สามารถช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ให้ประเทศชาติ สังคมจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้ทั้งงาน เงิน และได้บุญเป็นอย่างสูง อาชีพที่วิศวกรชีวการแพทย์สามารถทำได้มีหลากหลายมิติ ได้แก่

 

 

1. ทำงานด้านการพัฒนาหรือการบริการจัดการการใช้งาน การกำกับควบคุม การจำหน่ายหรือเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับระบบการผลิตวัสดุชีวภาพขึ้นมาสำหรับทดแทนวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อของมนุษย์ เช่น การสร้างอวัยวะเทียม (Artificial Organs) : ผิวหนังเทียม หลอดเลือดเทียมเป็นต้น

 

2. ทำงานด้านการพัฒนาหรือการบริการจัดการการใช้งาน การกำกับควบคุม การจำหน่ายหรือเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับระบบระบบหุ่นยนต์ผ่าตัดทางการแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรค รักษาโรค เพื่อการผ่าตัด เพื่อการบำบัด หุ่นยนต์เพื่อผู้สูงอายุ เป็นต้น

 

 

3. ทำงานด้านการพัฒนาหรือการบริการจัดการการใช้งาน การกำกับควบคุม การจำหน่ายหรือเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับระบบการประมวลผลภาพทางการแพทย์ (Image processing) : การประมวลภาพจากเครื่องฉายภาพทางการแพทย์ (Medical Imaging Machines) เช่น CT Scan, MRI เครื่องถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมา เช่น SPECT หรือ PET Scan เป็นต้น มาประมวลผลให้สะดวกกับการวิเคราะห์ผล เช่น โปรแกรมตรวจหารอยโรคบริเวณของการเกิดโรคต่างๆ เพื่อทำให้เห็นภาพของอวัยวะเป้าหมายที่เด่นชัดมากขึ้น

 

 

4. ทำงานด้านการพัฒนาหรือการบริการจัดการการใช้งาน การกำกับควบคุม การจำหน่ายหรือเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับระบบการประมวลผลสัญญาณทางการแพทย์ (Signal processing) : เป็นการวัดและนำเอาสัญญาณจากร่างกายมนุษย์มาประมวลผลด้วยคณิตศาสตร์ เพื่อใช้สำหรับวินิจฉัยการทำงานของร่ายการมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตและ/ หรือ นำไปประยุกต์ใช้ในการควบคุมเครื่องมือสำหรับอำนวยความสะดวกกับมนุษย์ รวมทั้งอาจจะใช้สำหรับช่วยในการตัดสินใจ หรือนำเอาข้อมูลที่ได้จากสัญญาณมาสร้างเป็นปัญญาประดิษฐ์ เช่น การตรวจจับสัญญาณกระพริบตาในผู้ป่วยที่พิการทางด้านการเคลื่อนไหว เพื่อควบคุม การเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรวจจับสัญญาณสมองเมื่อเกิดอาการหลับระหว่างการทำงานหรือขับรถ ใช้สำหรับทางด้านการตลาดหรือที่เรียกว่า Neuro Marketing เป็นต้น

 

 

5. ทำงานด้านการพัฒนาหรือการบริการจัดการการใช้งาน การกำกับควบคุม การจำหน่ายหรือเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (Medical Artificial Intelligence ; AI ทางการแพทย์) : ที่เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับใช้ในการช่วยตัดสินใจ ช่วยตรวจสอบ หรือทำให้การทำงานของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ทำงานได้สะดวกถูกต้องและมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งช่วยในการทดแทนการทำงานในลักษณะที่เป็นงานซ้ำๆ ใช้ข้อมูลทางการแพทย์จำนวนมากอย่าง เช่น การทำนายการเกิดโรคต่างๆ โดยอาศัยจากข้อมูลทางการแพทย์, ทำนายโรคจากภาพทางการแพทย์ ช่วยตัดสินใจและอำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น

 

 

6. ทำงานด้านการพัฒนาหรือการบริการจัดการการใช้งาน การกำกับควบคุม การจำหน่ายหรือเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่งทางการแพทย์ (Medical Internet of Thing; IoT)  เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ตรวจวัดทางชีววิทยา (Biosensors) สำหรับใช้ในการตรวจวินิจฉัยและติดตามเฝ้าระวังอาการการความผิดปกติของมนุษย์ เช่น เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด, เครื่อง Monitoring ผู้ป่วย วัดความดันโลหิต ชีพจร และออกซิเจนในเลือด รวมทั้งระบบ IoT ทางการแพทย์ที่สามารถวัดข้อมูลทางการแพทย์และเชื่อมต่อกับระบบ เพื่อทำให้เครื่องมือแพทย์สามารถสื่อสารกันเองได้ เพื่อพัฒนาเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital)

 

7. ทำงานด้านการพัฒนาหรือการบริการจัดการการใช้งาน การกำกับควบคุม การจำหน่ายหรือเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับระบบวิศวกรรมคลินิก (Clinical Engineering) ได้แก่ อุปกรณ์ทางการแพทย์และ it[[เทคโนโลยีต่างๆ ในสถานพยาบาล การบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลให้มีความพอเพียงได้มาตรฐาน และพร้อมใช้การประเมินเทคโนโลยีเพื่อเลือกใช้ เพื่อกำจัดทิ้ง รวมทั้งการควบคุมการผลิตเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น

 

 

 

8.  ทำงานเป็นวิศวกรคลินิกในโรงพยาบาลที่ทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในด้านการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานตั้งแต่ระดับขั้นตอนการประเมินเทคโนโลยี การจัดซื้อ การติดตั้ง การดูแลบำรุงรักษา การใช้งาน ตลอดถึงการกำจัดทิ้ง

 

โดย รศ.นันทชัย ทองแป้น คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์

 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ