จากวิศวกรชีวการแพทย์ สู่การเป็นผู้ประกอบการ เวฟ-ปกรณ์ คุณสิทธิ์ ศิษย์เก่า BME

02 Oct 2020

          “วิศวกรชีวการแพทย์” เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจมากขึ้น โดยเป็นการนำเอาความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ซึ่งโดยพื้นฐานนั้นจะต้องมาจากคนที่มีความชื่นชอบเกี่ยวกับด้านนี้ เช่นเดียวกับหนุ่มหล่อคนนี้ นายปกรณ์ คุณสิทธิ์ หรือ เวฟ ศิษย์เก่าวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต รุ่นที่ 6 ที่ตัดสินใจเรียนทางด้านนี้เพื่อสานต่อธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์ของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งเป็น รองกรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ปกรณ์ภัณฑ์ เมดิคอล ซัพพลาย และอีกหน้าที่หนึ่งคือดูแลเรื่องของ Product ให้กับบริษัทด้วย

 

 

 

ทำไมต้องวิศวกรรมชีวการแพทย์

          จุดเริ่มต้นของเวฟที่เลือกมาเรียนคณะนี้คือ โดยพื้นฐานเรามีธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ของครอบครัวอยู่แล้วจึงเลือกที่จะสานต่อ อีกอย่างหนึ่งคือ คุณพ่อกับคุณแม่ใช้ชื่อของเราก่อตั้งเป็นชื่อบริษัท เรามีความรู้สึกภูมิใจในชื่อบริษัทของเรา หลังจากเรียนจบมัธยมจึงได้ตามหาคณะที่ซัพพอร์ตและเกี่ยวข้องกันด้วย โดยบังเอิญรุ่นพี่ที่ม.รังสิต แนะนำให้ไปลองดูสาขาวิชาอุปกรณ์ชีวการแพทย์ในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันได้ปรับมาเป็นวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ตอนนั้นจึงได้เข้าไปคุยกับ รศ.นันทชัย ทองแป้น คณบดีฯ โดยอาจารย์ได้แนะนำว่าคณะมีอะไร อยากเรียนอะไร อาจารย์สามารถเสริมเข้าไปให้ได้ ซึ่งจะได้สอดคล้องกับธุรกิจเราด้วย และจะได้ปรับปรุงหลักสูตรของอาจารย์ไปด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้เข้ามาเรียนที่นี่ครับ

 

 

 

 

ชีวิตวัยเรียน

          รุ่นเราเป็นรุ่นที่ไม่ใหญ่มาก ผมก็จะรู้จักสนิทกับทุกคนหมดเลย ค่อนข้างจะเฮฮามากกว่า มีสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ไปบ่อย เพราะเราก็มีงานที่ต้องทำ และเริ่มที่จะต้องคลุกคลีกับบริษัทมากขึ้น เราได้นำสิ่งที่เราเรียนไปใช้กับบริษัท พร้อมๆ กับการเรียนไปด้วย ที่ประทับใจคือ รุ่นพี่จะขนหนังสือมาให้เรา เหมือนเป็นการส่งต่อความรู้ ก็จะมีการสอน ให้คำแนะนำเรื่องการเรียนค่อนข้างดี

 

 

แชร์ประสบการณ์ฝึกงานบริษัทเครื่องมือแพทย์ ที่ประเทศเยอรมัน

          เวฟได้มีโอกาสไปฝึกงานที่ประเทศเยอรมัน เนื่องจากบริษัทของเราเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์แต่เพียงผู้เดียว (Sole distributor) ในประเทศไทย บริษัทที่ไปฝึกงานเขาจึงเห็นความสำคัญของเราว่ายังไงเราก็ต้องติดต่อไปกับเขาเรื่อยๆ จึงทำให้เจ้าของโรงงานที่ดิวกับรุ่นแรก ซึ่งเป็นรุ่นพ่อกับแม่มาแล้วเห็นว่าเราเริ่มที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในบริษัทมากขึ้น จึงตอบรับเข้าฝึกงาน โดยอนุญาตให้ฝึกงานได้อย่างเต็มที่และพร้อมที่จะซัพพอร์ตทุกอย่าง ที่นี่เป็นโรงงานที่ติดหนึ่งในสามของโรงงานผลิตเอนโด สโคป และโรบอท เซอร์เจอรี่ และทรีดี จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถหาความรู้และก็เพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีของเราด้วย

 

 

          “ผมฝึกงานประมาณ 4 เดือน ได้เก็บประเมินผลมาเรื่อยๆ เรียนรู้งานตั้งแต่เด็กรับส่งของ โลจิสติกส์  ไปจนถึงสโตร์ใหญ่ของเขา เทคโนโลยีใหม่ๆ และแนวคิดเขาค่อนข้างไกลในเรื่องการพัฒนาแนวการแพทย์ อาจจะไม่สามารถเอามาใช้ในทางการแพทย์ได้ แต่มันเป็นอินโนเวชั่นของบริษัทเขา ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีในเวลา 4 เดือนของการฝึกงานที่ค่อนข้างจะสนุกมากครับ”

 

 

 

จากห้องเรียนสู่การทำงานจริง

          เวฟได้นำความรู้จากในห้องเรียนมาปรับใช้เยอะมากๆ ทุกหลักสูตรหรือว่าทุกวิชาที่เราเรียนมา ถึงแม้เราอยู่ในวงการการแพทย์มาสักระยะหนึ่ง บางทีเราก็ยังไม่เคยเห็นอุปกรณ์อะไรประเภทนี้เหมือนกัน ซึ่งพอเราได้ไปอยู่ในคณะ อาจารย์มีอุปกรณ์อะไรใหม่ๆ ก็จะมาแชร์ตลอด ทำให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ ด้วย ส่วนที่เอามาปรับใช้ได้เลยก็คือเรื่องการ PM หรือ Preventive Maintenance อุปกรณ์ทุกประเภททางด้านการแพทย์เราก็จะได้เรียนรู้หมด รวมถึงวิธีการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมือ ได้นำมาปรับใช้กับอุปกรณ์เครื่องมือ และผลิตภัณฑ์ที่เราจะสรรหาใหม่ๆ ขึ้นมาทั้งหมด

 

 

 

ความน่าสนใจของงานด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์

          เวฟคิดว่าความน่าสนใจของคณะนี้คือ วงการแพทย์ตอนนี้เป็นที่ต้องการมาก ทั้งหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ อีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องของเทคโนโลยีการแพทย์มันสูงมาก เราไม่สามารถจับต้องเชื้อโรคที่เราเผชิญอยู่หรือว่าชีวิตคนๆ หนึ่ง ชีวิตในกลุ่มคนใหญ่ๆ ที่ต้องประสบพบเจอกับปัญหาอะไรใหม่ๆ เทคโนโลยีทางการแพทย์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นอะไรที่น่าสนใจ ปัจจุบันยังขาดแคลนบุคลากรด้านนี้อีกจำนวนมาก ซึ่งไม่จำเป็นว่าจบมาแล้วจะต้องไปอยู่ในโรงพยาบาล แต่คุณยังสามารถไปเป็น Product Manager, Product  Specialist หรือว่าจะไปเป็น Manager บริษัทเครื่องมือการแพทย์ฝั่งไหนก็ได้ เพราะยังมีตลาดที่รองรับด้านนี้อยู่

 

 

ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง

          ตอนนี้เวฟเข้ามาร่วมงานกับบริษัทประมาณ 7-8 ปี ผลงานที่เราเห็นหลักๆ คือ บริษัทเราได้ทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา สำหรับขายเอนโด สโคป ในเมืองไทย ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์คนไทยแต่ผลิตจากโรงงานเยอรมัน ตอนนี้พยายามสร้างแบรนด์ขึ้นมาให้เป็นเวลโนลกับแพทย์ และกำลังพยายามสร้าง Replication ให้กับแบรนด์นี้และผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

 

          “นอกจากนี้ หลังจากที่เรียนจบ BME แล้วเวฟเรียนต่อปริญญาโท และปัจจุบันก็ยังเรียนปริญญาเอก ด้านบริหารธุรกิจ ซึ่งสามารถใช้องค์ความรู้ร่วมกันได้ระหว่าง BME กับบริหารธุรกิจ”

 

 

อาจารย์พิเศษรั้วรังสิต

          ตอนที่ไปสอนน้องเราอาจจะสเปเชียลด้านเอนโด สโคป อยู่แล้ว ซึ่งคณบดีฯ เห็นว่าเราได้ทั้งไปฝึกงานที่เยอรมัน มีองค์ความรู้ที่ค่อนข้างครอบคุมเอนโด สโคป พอสมควร จึงเชิญเราไปสอนน้อง เอาความรู้ไปแชร์ ได้มีการเอาของจริงไปลองใช้ทดลองกับอุปกรณ์จริง ซึ่งน้องๆ ก็จะได้เห็นภาพมากขึ้น ได้สัมผัสจริงๆ หลังจากนั้นมีฟีดแบค ในเรื่องการสอน อาจารย์ก็เลยอยากเชิญเราไปสอนทุกปี ซึ่งเราก็พร้อมที่จะเสริมความรู้ให้กับน้องๆ

 

 

ฝากถึงคนที่สนใจเรียนด้านนี้

          สำหรับน้องๆ ที่สนใจเรียนทางด้านนี้  เวฟว่าไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย แค่รู้ว่าเรารักในสายงานทางการแพทย์ อยากช่วยเหลือคน รักที่จะซัพพอร์ตคน หรืออยากหาความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ เวฟแนะนำ BME เพราะว่าสาย BME มันไม่ได้หยุดแค่ตรงนี้คือ หนึ่ง เราไปทางด้านงานขายได้ สอง คือ เราสามารถไปเป็นผู้ช่วยโรงพยาบาลได้ หรือว่าเป็นวิศวกรรมชีวการแพทย์ของโรงพยาบาลได้ ดูแลทั้งระบบของโรงพยาบาล ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน วางโครงสร้างโรงพยาบาลจนถึงห้องผ่าตัดโรงพยาบาล เราจะไปทำฟิวส์ไหนก็ได้ ที่ค่อนข้างจะครอบคลุม สำหรับหลายคนที่ยังตัดสินใจไม่ถูก ผมว่าลองมาคุยกับรุ่นพี่หรืออาจารย์ก็ได้ ส่วนตัวคิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่มาเรียนวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่นี่

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ