มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ ระดับปริญญาตรี หลักสูตรเดียวในประเทศไทย เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ทั้งทางด้านนิติวิทยาศาสต์และอาชญาวิทยาอย่างมีคุณภาพ ทำให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสังคมมีความสงบเรียบร้อย
รองศาสตราจารย์ ดร.ธรรมวิทย์ เทอดอุดมธรรม คณบดีสถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวนับว่าเป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวของประเทศไทย ที่เปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนทางด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม คณะวิทยาศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต และความร่วมมือจากหลายสถาบันและหน่วยงานของรัฐ เช่น สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นต้น โดยนำความรู้ทางด้านสังคมวิทยา จิตวิทยา กฎหมาย มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะอธิบายการเกิดขึ้นของอาชญากรรมว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ควรมีนโยบายป้องกันหรือแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างไร และยังพูดถึงเหยื่อของคดีอาชญากรรมด้วย เรียกว่าเป็นการประยุกต์วิชานิติวิทยาศาสตร์ทุกแขนง ทั้งวิทยาศาสตร์การแพทย์ คอมพิวเตอร์ ฟิสิกส์ เช่น กรณีพิสูจน์ลูกกระสุนที่ตกในที่เกิดเหตุของคดีฆาตกรรมว่ามาจากปืนกระบอกไหน ซึ่งเหล่านี้ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์ เรื่องของการชันสูตร พลิกศพ ซึ่งต้องใช้ความรู้ทางด้านการแพทย์ ว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร โดยจะใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกแขนงในกระบวนการยุติธรรม คลี่คลายคดีว่าใครคือจำเลย เหล่านี้คือการรวมองค์ความรู้สองด้านคือ อาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมและสังคมไทยต่อไป

“สำหรับประโยชน์ทางด้านสังคมหลักสูตรนี้ ช่วยพัฒนาให้บุคลากรมีความรู้ทางด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการและภาคเอกชนอย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกันยังเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วไปได้ในรูปธรรม คือช่วยลดจำนวนเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น ผู้ที่ตกเป็นแพะในคดีต่างๆ จะลดลง นอกจากนี้ หลักสูตรดังกล่าวยังมีความเข้มแข็งทางด้านวิชาการโดยสถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เดิมมีการเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งได้รับการยอมรับจากบุคลากรในวิชาชีพต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าศึกษา และมีฐานทางวิชาการที่เข้มแข็งโดยมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในสายวิชาชีพเฉพาะมาร่วมสอน มีความร่วมมือกับบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม เช่น อัยการ ศาล กรมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จึงทำให้มีทีมคณาจารย์พิเศษที่หลากหลายและเข้มแข็ง ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยรังสิตก็มีความเข้มแข็งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคการแพทย์ จากจุดแข็งเหล่านี้จึงนำมาสู่การเปิดหลักสูตรดังกล่าว เพื่อประโยชน์แก่กระบวนการยุติธรรมของไทยและตอบสนองความต้องการบุคลากรทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่ยังมีจำนวนน้อย และมหาวิทยาลัยหลักๆ ยังไม่มีการเปิดการเรียนการสอนสาขาวิชานี้ในระดับปริญญาตรี” คณบดีฯ กล่าว

อาจารย์สกลกฤษณ์ เอกจักรวาล อาจารย์ประจำหลักสูตรอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของรายวิชาที่น่าสนใจของหลักสูตรฯ ที่นักศึกษาจะได้เรียน อาทิ ยุทธวิธีตำรวจ การบริหารงานตำรวจ การบริหารจัดการและตรวจสถานที่เกิดเหตุ การพิสูจน์หลักฐาน อาชญากรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี นิติพิษวิทยา การบูรณาการอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ สอนโดยคณาจารย์ในวิชาชีพโดยตรง ซึ่งในชั้นปีที่ 1 นักศึกษาต้องเรียนพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ก่อน เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา กายวิภาคศาสตร์ เป็นต้น และในชั้นปีที่ 2 ถึงจะเริ่มเรียนทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ เช่น หลักการนิติทางวิทยาศาสตร์และกฏหมาย ซึ่งจะทำให้นักศึกษาเห็นภาพกว้างทางด้านนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ส่วนในชั้นปีที่ 3 และ 4 จะเรียนอย่างเข้มข้นมากขึ้น เช่น วิชาการบริหารจัดการและตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งนักศึกษาจะต้องทราบว่า การเข้าไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ต้องทำอย่างไรบ้าง (12 ขั้นตอนการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ของ FBI) การเก็บวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง อย่างถูกต้อง เหมาะสม เพราะในสถานที่เกิดเหตุมีวัตถุพยานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คราบเลือด อาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน รอยลายนิ้วมือแฝง เส้นผม เส้นขน ฯลฯ แล้วต่อด้วยวิชาพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งนักศึกษาจะได้ทราบรายละเอียดของการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆ ที่เก็บได้จากสถานที่เกิดเหตุว่าตรวจอะไร ตรวจอย่างไร เช่น การตรวจลายนิ้วมือแฝง การตรวจอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน การตรวจสารพันธุกรรม (DNA) สารพิษต่างๆ เป็นต้น เหล่านี้คือรายวิชาหลักๆ ที่นักศึกษาจะได้เรียน

นักศึกษาในหลักสูตรฯ เข้าศึกษาดูงานที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 จ.ปทุมธานี โดยเข้าชมกลุ่มงานตรวจอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้อธิบายถึงวิธีการ ขั้นตอนการพิมพ์มือผู้ต้องสงสัย เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับรอยลายนิ้วมือแฝง ที่เก็บได้ในสถานที่เกิดเหตุ

ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 จ.ปทุมธานี เยี่ยมชมกลุ่มงานตรวจอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้อธิบายถึงวิธีการ ขั้นตอนการตรวจปลอกกระสุนปืน #ที่นี่สอนประสบการณ์
“จะเห็นได้ว่าอาชญากรรมในปัจจุบัน มีความรุนแรง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ข่าวฆาตกรรมมีให้เห็นเกือบทุกวัน ทั้งยังเป็นวิธีที่มีความรุนแรง เจตนาให้ถึงแก่ชีวิต มีความหลากหลายและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้เรียนจึงต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้เท่าทันรูปแบบวิธีการของอาชญากรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการเรียนการสอนโดยบูรณาการทั้งด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ จะทำให้นักศึกษามองเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้นว่า สิ่งที่ต้องพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขเป็นอย่างไร โดยหลักสูตรฯ ได้เปิดให้นักเรียนในทุกสายการเรียน สามารถสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรดังกล่าวได้" อาจารย์สกลกฤษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ บัณฑิตที่จบในหลักสูตรดังกล่าว จะสามารถสอบบรรจุเป็นนักนิติวิทยาศาสตร์ ในหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เช่น กรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก นักวิชาการด้านนิติวิทยาศาสตร์และอาชญาวิทยา หน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนหลักสูตรอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ โดยเปิดรับสมัครนักศึกษาแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติม 0-2997-2200 ต่อ 1283
"