“วิศวะ” เทรนด์คณะยอดฮิต มีงานรองรับ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไทยแลนด์ 4.0

28 Sep 2018

 

     ในยุค 4.0 หรือยุคที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมา หลายอย่างรอบตัวล้วนมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทุกอย่างรอบตัว หลายอาชีพจึงมีความต้องการบุคลากรจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ “วิศวกร” ที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เรื่องของการคิดค้น การดูแล หรือการสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่วิศวกรในยุค 4.0 จะกระจายไปในทุกสาขาอาชีพ และต้นทางในการผลิตวิศวกรจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน

     สถาบันการศึกษาหลายแห่งเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ในหลากหลายสาขาวิชา เพื่อผลิตบัณฑิตให้เพียงพอต่อความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจต่างๆ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และที่มหาวิทยาลัยรังสิตมีหลักสูตรทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งหมด 11 หลักสูตร 


โอกาสและความท้าทายของอาชีพวิศวกร ในยุค 4.0

 

 


     รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในระยะเวลา 20 ปีต่อจากนี้ ได้มีการแบ่งกลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เป็นกลุ่ม First S-Curve และกลุ่ม New S-Curve ซึ่งจะมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับด้านวิศวกรรม เพราะเป็นพื้นฐานทางเทคโนโลยีในการผลิต การเพิ่มมูลค่า และการสร้างนวัตกรรม เช่น ด้านยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์ การบิน เชื้อเพลิง และเคมี เป็นต้น จากที่กล่าวข้างต้น วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มีหลักสูตรที่เปิดสอนครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา เช่น วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอุตสาหการ และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และขณะนี้กำลังจัดทำกลุ่มรายวิชาบูรณาการให้นักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ เพื่อเป็นจุดแข็งและเพิ่มโอกาสในการหางานทำในอนาคต เช่น กลุ่มวิชาด้านหุ่นยนต์ที่เน้นในด้านการควบคุมและประยุกต์ใช้งานในการผลิต กลุ่มวิชาด้าน Internet of Thing เปิดโอกาสให้นักศึกษาในสาขาต่างๆ ได้เรียนร่วมกันและเน้นการเรียนแบบ Project based

 


     “นอกจากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แล้ว รัฐบาลยังได้ลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม การขนส่ง เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้สามารถแข่งขันได้ และรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมีการจัดทำแผนงานเพื่อการก่อสร้างการขนส่งทางรางในช่วงเวลา 10 ปี ข้างหน้า เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 2,600 กิโลเมตร โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในพื้นที่เมือง 460 กิโลเมตร โครงการรถไฟทางคู่ อีก 2,800 กิโลเมตร ซึ่งแน่นอนว่าจะมีความต้องการบุคลากรทางด้านระบบรางเป็นจำนวนมาก อาทิ การเดินรถ การซ่อมบำรุง การจัดการสถานี รวมทั้งการก่อสร้างอีกด้วย วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์จึงได้เปิดสอนหลักสูตรเทคโนโลยีระบบราง เพื่อผลิตวิศวกรรองรับงานในส่วนดังกล่าว” คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ ม.รังสิต กล่าว


     นอกจากนี้ ทางด้านอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งปัจจุบันผู้คนนิยมเดินทางโดยเครื่องบินมากขึ้น เนื่องจากประหยัดเวลา และการแข่งขันด้านราคาของสายการบินต่างๆ จึงเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้บริการมากขึ้น รวมทั้งมีการ เปิดเส้นทางบินเที่ยวบินจังหวัดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ความต้องการวิศวกรและช่างในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน จึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มีหลักสูตรวิศวกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน และเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่อผลิตกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมด้านการบิน โดยในหลักสูตรมีการจัดการเรียนการสอนร่วมกับสถาบันที่สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งยุโรป (EASA) ให้การรับรอง รวมไปถึงมีความร่วมมือกับสายการบินต่างๆ ในการฝึกภาคปฏิบัติ การฝึกงาน และการเรียนสหกิจศึกษาอีกด้วย

 


     รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ ม.รังสิต ยังเปิดสอนทางด้านวิศวกรรมสาขาอื่นๆ อีกหลายหลักสูตร ซึ่งรองรับต่อความต้องการของประเทศในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และวิศวกรรมเคมี ซึ่งต้องการกำลังคนไม่แพ้กัน เนื่องจากมีการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) จึงมีความต้องการสิ่งปลูกสร้างและโรงงานต่างๆ เป็นจำนวนมาก หลักสูตรที่กล่าวมาจึงมีความต้องการในตลาดแรงงานอย่างแน่นอน ที่สำคัญในการเรียนการสอนยังเน้นทักษะให้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้โดยส่งเสริมให้มีการพัฒนา Soft skill ของนักศึกษาผ่านกิจกรรมโครงการต่างๆ ทั้งที่จัดโดยวิทยาลัย ภาควิชา และในรายวิชาต่างๆ อีกด้วย จะเห็นได้ว่าโอกาสในการทำงานของวิศวกร ยุค 4.0 เป็นที่ต้องการของตลาดในทุกสายงาน และแนวโน้มการเรียนทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จึงเป็นอันดับต้นๆ ที่ได้รับความสนใจ

 


วิศวกรรมศาสตร์ ม.รังสิต เปิดสอนหลักสูตรอะไรบ้าง?


1.หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล
     วิศวกรรมเครื่องกลเป็นสาขาวิชาชีพหลักสาขาหนึ่งทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยมีการปรับหลักสูตรทุกๆ 5 ปี ปัจจุบันในส่วนของกลุ่มวิชาชีพเลือกจะเน้นทางด้านเทคโนโลยีเครื่องกลและระบบราง ส่วนอีกกลุ่มคือเน้นทางด้านเทคโนโลยีพลังงานและการเกษตร เพราะวิศวกรรมเครื่องกลถือเป็นหลักสูตรที่เป็นพื้นฐานของวิศวกรรมสาขาวิชาต่างๆ บัณฑิตจะต้องรู้อย่างรอบด้าน โดยในการเรียนการสอนจะมุ่งเน้นให้มีการฝึกปฏิบัติ การทดลอง การวางแผน ออกแบบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างให้มีขีดความสามารถในการพัฒนางานและพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ แนวทางในการประกอบอาชีพสามารถอยู่ในส่วนงานควบคุมในอุตสาหกรรมการผลิต เช่น วัสดุก่อสร้าง อาหาร เชื้อเพลิง เครื่องนุ่มห่ม เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องยนต์ รถยนต์ งานออกแบบจัดสร้าง ควบคุม ทดสอบ และบำรุงรักษาเครื่องจักรกล เป็นต้น

 


2.หลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์

     วิศวกรรมยานยนต์มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เน้นให้นักศึกษาเรียนรู้ที่จะเป็นวิศวกรปฏิบัติงานได้จริง นักศึกษามีทักษะติดตัว โดยมีการปรับหลักสูตรให้มีภาคปฏิบัติมากขึ้น และยังมีห้องปฏิบัติการยานยนต์สมัยใหม่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ระบบขับเคลื่อนต่างๆ ที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ วิศวกรรมยานยนต์เป็น 1 ใน 8 อาชีพที่ขาดแคลนและมีค่าตอบแทนค่อนข้างสูง เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น หลักสูตรจึงรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในเรื่องของการผลิตสมัยใหม่ เรียนรู้การออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ในอุตสาหกรรม วิศวกรรมยานยนต์สามารถเรียนได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบด้านการทำงาน นักศึกษาผู้หญิงหลายคนจบไปแล้วสามารถทำงานในบริษัทรถยนต์เป็นวิศวกรยานยนต์ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 


3.หลักสูตรวิศวกรรมโยธา
     วิศวกรรมโยธาเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างทั้งหมด มีขอบข่ายงานตั้งแต่การออกแบบ การควบคุมงาน การก่อสร้าง การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาในด้านต่างๆ ประกอบด้วยหลายสาขา ได้แก่ วิศวกรรมโครงสร้าง วิศวกรรมปฐพีและฐานราก วิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสำรวจ วิศวกรรมขนส่งและจราจร วิศวกรรมวัสดุก่อสร้าง วิศวกรรมบริหารงานก่อสร้าง ทั้งนี้ บัณฑิตที่จบวิศวกรโยธาจึงมีโอกาสเลือกเข้าไปทำงานในส่วนงานต่างๆ ที่หลากหลายโดยไม่จำกัดแค่งานก่อสร้างเท่านั้น และสำหรับจุดเด่นของวิศวกรรมโยธา ม.รังสิต ที่นี่เรามีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีการเรียนการสอนที่เข้มข้น ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เป็นหลักสูตรที่ได้มาตรฐานและสภาวิศวกรรับรอง เราพร้อมที่จะสร้างวิศวกรที่มีความสามารถในการออกแบบ วิเคราะห์และควบคุม งานในสาขาวิศวกรรมโยธา ซึ่งเป็นงานที่มีผลกระทบต่อสังคมสูง ครอบคลุมความรู้หลายแขนง

 


4.หลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
     การเรียนการสอนในหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เน้นศึกษาออกแบบและพัฒนาทั้งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ออกแบบและวิเคราะห์วงจรที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม ออกแบบหน่วยประมวลผลกลาง หรือวงจรรวมเพื่อทำงานเฉพาะด้าน ศึกษาระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และปฏิบัติจริงทางด้านระบบโครงข่ายข้อมูล อาทิ การออกแบบ การสร้าง การควบคุมและการจัดการทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์บนระบบโครงข่าย ทั้งนี้ ในการเรียนชั้นปีที่ 4 นักศึกษาจะสามารถเลือกทางที่ตนเองสนใจเพื่อทำโครงงานต่อไป และหากพูดถึงความต้องการของตลาดงานยังมีความต้องการบุคลากรจำนวนมากทางด้านเน็ตเวิร์กหรือระบบการพัฒนา Internet of Things (IoT) ในยุค 4.0 ทั้งนี้ บัณฑิตที่จบแล้วสามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย เช่น อยู่ในส่วนงานซัพพอร์ตระบบอินเทอร์เน็ตและเน็ตเวิร์กของโรงงาน ดูแลเซิฟเวอร์ หรืออยู่ในบริษัทที่เรียกว่า Developer เพื่อเขียนแอพพลิเคชั่นบนมือถือ นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร วิศวกรออกแบบวงจรรวม วิศวกรวางระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโครงข่าย วิศวกรดูแลและพัฒนาระบบโครงข่าย วิศวกรดูแลระบบคอมพิวเตอร์และการสื่อสารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรพัฒนาโปรแกรมและระบบคอมพิวเตอร์อิสระ เป็นต้น

 


5.หลักสูตรวิศวกรรมเคมี
     คณาจารย์ในหลักสูตรวิศวกรรมเคมีส่วนใหญ่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในภาคอุตสาหกรรมเคมีโดยตรง ทำให้นักศึกษาจะได้รับความรู้ที่หลากหลาย เพราะการเรียนวิศวกรรมเคมีสามารถแตกแขนงได้ ไม่เฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่นักศึกษายังสามารถทำงานได้หลากหลาย ตัวอย่างเช่น ในโรงงานอุตสาหกรรมก็สามารถทำงานได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปวัตถุดิบให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด การลดปริมาณขยะเหลือทิ้ง ผู้เรียนอาจจะกลัวว่าเรียนเคมีจะเน้นหนักหรือลงลึกด้านการทดลองหรือห้องปฏิบัติการแบบวิทยาศาสตร์เคมี แต่ที่นี่เราจะเรียนแบบเน้นปฏิบัติ ให้นักศึกษาได้ทำงานจริง ฝึกฝนทักษะด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

 


6.หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า (กำลังสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์)
     หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อรองรับ 2 สายงาน ได้แก่ วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง มุ่งเน้นการเรียนรู้ระบบไฟฟ้ากำลัง สถานีจ่ายไฟฟ้า การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า การออกแบบระบบไฟฟ้าภายในอาคาร เครื่องจักรกลไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานทดแทน และวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนรู้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบสายอากาศ การสื่อสารข้อมูลและโครงข่ายคอมพิวเตอร์ การสื่อสารดาวเทียม ระบบการสื่อสารไมโครเวฟ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบการสื่อสารไร้สาย รวมถึงรายวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำไปสู่การประยุกต์ใช้งานและออกแบบพัฒนาเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้หลักสูตรได้รับการรองรับโดยสภาวิศวกร บัณฑิตสามารถสอบใบประกอบวิชาชีพในสายงานด้านนั้นๆ ได้ และล่าสุดหลักสูตรได้ปรับการเรียนการสอนในลักษณะของ active learning สำหรับรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ และเสริมทักษะการคิดคำนวณ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งในการเรียนและการทำงานวิศวกรรม

 

 

 

7.หลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการ
     การเรียนการสอนในหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการ เน้นให้นักศึกษาเรียนทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติจริงในโรงงานอุตสาหกรรม โดยนำปัญหาจากหน้างานจริงมาให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการแก้ไขในระหว่างเรียนและทำโปรเจกต์จบ ผู้เรียนจะได้เห็นภาพทุกอย่างก่อนออกไปทำงานจริง และรู้ได้ว่ามีความถนัดทางด้านไหน ตอนปฏิบัติงานจริงจะได้เลือกไปอยู่ในส่วนงานที่ถนัดหรือสนใจและสามารถทำงานนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่ในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถแตกแขนงไปได้หลากหลายภาคส่วน เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรม 4.0 ในประเทศไทย เราเป็นประเทศที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญไม่ใช่แค่ในระดับอาเซียน แต่รวมไปถึงระดับเอเชีย เราจำเป็นต้องมีการพัฒนาอุตสาหกรรมให้ก้าวล้ำทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเสมอ ดังนั้น วิศวกรรมอุตสาหการจึงเป็นหนึ่งในสาขาวิชาที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0 โดยตรง เพราะเราผลิตวิศวกรที่สามารถใช้เทคโนโลยีและเทคนิคต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต อาทิ เช่น การใช้ซอร์ฟแวร์เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการในโรงงานอุตสาหกรรมและการดีไซน์แผนผังโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ทั้งนี้ ทางหลักสูตร ณ ปัจจุบันได้มีการปรับหลักสูตรให้รองรับอุตสาหกรรม 4.0 โดยเรียนเทคนิคทางด้านวิศวกรรมและการทำงานวิจัยที่สอดคล้องควบคู่ไปกับการบูรณาการณ์ในเรื่องการบริหารจัดการและการตลาด ฯลฯ

 


8.หลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

     หลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมนอกจากจะตรงตามที่สภาวิศวกรกำหนดแล้ว การเรียนการสอนยังเพิ่มเติมเรื่องของการทดลองจริงในห้องปฏิบัติการ อาทิ การบำบัดน้ำเสีย การผลิตน้ำประปา ฯลฯ มีการศึกษาดูงานหน่วยงานภายนอก มีรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการก่อสร้าง เนื่องจากนักศึกษาที่จบออกไปทำงานต้องไปคุมระบบบำบัดน้ำเสียควบคู่ไปกับการก่อสร้าง จึงจำเป็นจะต้องมีความรู้ด้านการก่อสร้างในระดับหนึ่งด้วย เพื่อสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ตลาดงานด้านวิศวกรสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องการอย่างมาก สามารถเข้าทำงานในบริษัทที่ปรึกษาหรือบริษัทขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบบำบัดน้ำเสีย หรือสามารถอธิบายการใช้เครื่องควบคุมหรือตรวจวัดน้ำเสียได้อย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ที่เรียนจบทางด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมสามารถทำงานได้ค่อนข้างกว้าง หรือผันตัวเองไปเป็นผู้ประกอบการได้อีกด้วย

 


9.หลักสูตรวิศวกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน/ หลักสูตรเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงอากาศยาน

     หลักสูตรวิศวกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน เป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นวิศวกรซ่อมบำรุงอากาศยาน และหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิตการซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่ผลิตช่างซ่อมเครื่องบินในระดับปริญญาตรี ซึ่งสถาบันการศึกษาอื่นจะผลิตช่างซ่อมเครื่องบินในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) โดยในปัจจุบันทั้งวิศวกรและช่างซ่อมบำรุงอากาศยานขาดแคลนเป็นอย่างมาก ดังนั้น เราจึงสร้างวิศวกรและช่างฝีมือคุณภาพที่มีทั้งทักษะด้านภาษาและการปฏิบัติงานให้พร้อมทำงานในสายการบินต่างๆ โดยนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ทำงานในสายการบิน ส่วนของการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน โรงซ่อมเครื่องบินขนาดใหญ่และขนาดเล็กทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งผู้ที่จบทางด้านนี้สามารถทำงานได้ทั่วโลก ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มีความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีการบินมาเลเซียน (Malaysian Institute of Aviation Technology) ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเรียนการสอนจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO-International Civil Aviation Organization) และกรมการบินพลเรือน ประเทศมาเลเซีย และสถาบันฝึกสอนช่างอากาศยาน Aircraft Engineering Co. Ltd., (TAECO) ประเทศจีน

 


10.หลักสูตรเทคโนโลยีระบบราง
     วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยนิฮอง (Nihon University) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านระบบรางของประเทศญี่ปุ่น โดยส่งคณาจารย์มาร่วมสอนนักศึกษา และนักศึกษาจะได้ไปเรียนรู้ฝึกปฏิบัติที่ญี่ปุ่น หรือเลือกไปฝึกสหกิจในบริษัทเอกชนของประเทศญี่ปุ่นได้ โดยการเรียนการสอนจะเน้นแบบสหวิทยาการ นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์รวมกับวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมโยธา และการบริหารจัดการ ให้สามารถนำองค์ความรู้ทั้งหมดที่เรียนและฝึกปฏิบัติไปแก้ไขปัญหาในการทำงานทางด้านระบบราง โดยบัณฑิตที่จบการศึกษาจะสามารถดูแลตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบขับเคลื่อนพาหนะระบบราง สามารถควบคุมอาณัติสัญญาณ หรือผู้ควบคุมดูแลการทำงาน หรืออาชีพที่ใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบรางในบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BTS และบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์) ฯลฯ อีกทั้ง บัณฑิตยังมีความรู้ความสามารถทั้งการควบคุมดูแล ตรวจสอบ การซ่อมบำรุง และการบริหารจัดการ โดยเน้นการเรียนรู้จากปัญหาหน้างานจริง (Problem Based Learning) การฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ทดลองในห้องปฏิบัติการ วางแผนโดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสริมสร้างให้มีขีดความสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศระยะยาว โดยเรามีความพร้อมที่จะผลิตวิศวกรและช่างผู้ชำนาญการที่พร้อมปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ


ทุนการศึกษา วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์
- ทุนประสิทธิ์ - คุณหญิงพัฒนา อุไรรัตน์ (50%)
- ทุนโครงการสู่ วศ.บ.
- ทุนเรียนดีเทคโนโลยีระบบราง (50%)
- กยศ.
- กรอ.

 

     จัดเต็มแบบเจาะลึกทุกหลักสูตรของวิศวกรรมศาสตร์ ม.รังสิต กันเลยทีเดียว เพราะยิ่งยุคสมัยเปลี่ยนไป การที่เราจะเลือกเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา นอกจากจะเลือกในสิ่งที่ตนเองชอบและถนัดแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญคือ “เรียนจบมีงานรองรับด้วยหรือไม่?” และ “วิศวกรรมศาสตร์” กับอนาคตว่าที่ “วิศวกร” รับรองจบมามีงานทำแน่นอน... #เรียนทันโลกไม่ตกเทรนด์ที่มอรังสิต
 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ