เปิดคลาส เรียนสนุก ลุกนั่งสบาย กับ 2 ทีชเช่อร์

25 Jul 2018

 

ถ้าพูดถึงห้องเรียนที่สนุกสนาน นักศึกษายิ้มแย้ม เฮฮา ตลอดคลาส แต่แฝงไปด้วยความรู้ ประสบการณ์จากอาจารย์ผู้สอนที่เต็มเปี่ยม ต้องขอแนะนำสองคลาสเรียนนี้ ที่เห็นแล้วเด็กๆ สนุกสนานกันออกหน้าออกตา คลาสแรกเป็นของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สายออกแบบบ้าน สอนโดย..

อาจารย์ปุณณรัตน์ จรุงคนธ์ – อ.ปุณ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

จุดเด่นของสถาบัน มหาวิทยาลัยรังสิตเลยครับ คือ การที่เราเรียนกันแบบไม่เครียด เราเน้นเรื่องของการเรียนรู้จากความสนใจแล้วก็ค้นคว้าด้วยตัวเอง เราไม่ค่อยได้ปิดกั้นจินตนาการของเด็กนักศึกษา เราจะพยายามผลักดันให้เด็กๆ ค้นหาว่าสิ่งที่เขาคิด มันจะเป็นจริงได้ยังไง

อีกประการหนึ่ง คือ เราอยู่กันเหมือนเป็นครอบครัว เป็นพี่น้อง มีอะไรก็ช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน ผมว่าตรงนี้เป็นเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ว่าจะนักศึกษาหรืออาจารย์จะมีความใกล้ชิดซึ่งกันและกันมาก เอาเป็นว่าเล่นกีฬาด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำงานร่วมกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน เรียกว่าเป็นสีสันมากๆ

บางครั้งเราหารูปแบบของการเรียนการสอนที่มีกิจกรรมร่วมกันแบบนี้ไม่ได้ง่ายนักในรูปแบบการศึกษาบ้านเรานะครับ ดังนั้นถ้าจะให้นิยาม ผมขอนิยามว่า “คณะสถาปัตย์ที่รังสิต คือ ครอบครัวที่จะสุขจะทุกข์จะเรียนจะรู้ไปด้วยกัน ไปพร้อมๆกัน แล้วจะพบว่าเวลา 5 ปีที่นี่มันช่างสั้นเหลือเกินครับ”

สำหรับวิชาที่ผมสอนนะครับแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มวิชาด้วยกันครับ กลุ่มแรก คือ กลุ่มรายวิชาพื้นฐานที่ใช้สำหรับสร้างแรงบันดาลใจ เป็นการเรียนการสอนเด็กนักศึกษาปีแรกนะครับอย่าง ปี1-2 นะครับ และกลุ่มรายวิชาของ General Education เช่น RSU 101 ธรรมาธิปไตย หรือ RSU 105 คัลท์เจอร์แอพพลิเคชั่นครับ

บางครั้งมีโอกาสได้ไปสอนวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมไทย ซึ่งผมก็ทำให้มันเป็นรูปแบบใหม่ๆ ที่ผมคิดว่าเด็กๆ น่าจะสนุกกับประวัติศาสตร์มากกว่าความรู้สึกเบื่อหน่าย ส่วนกลุ่มวิชาที่สองอันนี้เป็นหลักของผมเลย คือ รายวิชาออกแบบ ซึ่งผมรับผิดชอบวิชาออกแบบสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 และวิชา Thesis หรือวิทยานิพนธ์ครับ ซึ่งเท่ากับว่าเด็กๆ จะมาเจอผมอีกทีก็ตอนใกล้จะจบเลย ก่อนที่จะออกไปทำงานครับผม
 

 

ยินดีต้อนรับสู่ ห้องเรียนที่เปิดอิสระทางความคิด!!! เรียนแบบรู้รอบ รู้จริง สร้าง “เป็ดอัจฉริยะ” ให้โบยบินสู่โลกกว้าง...   

มาต่อกันที่คลาสเรียนที่สอง ซึ่งมีความชิค เรียนแบบสนุก ลุกนั่งสบาย พร้อมให้นักศึกษาได้ครีเอทความคิด อิสระในการเรียนรู้ ออกไปเปิดโลกกว้างนอกห้องเรียน กับคลาสเรียนของอาจารย์รุ่นใหม่ไฟแรง(สูงปรี๊ด) อดีตเด็กกิจกรรมลูกหม้อจากวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ อย่าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวุฒิ อ่อนน่วม หรือ ครูเอ้ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์มัลติแพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบันยังทำหน้าที่ในการเป็นรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาวิทยาลัยนิเทศศาสตร์  ม.รังสิต อีกด้วย

แค่โปรไฟล์ที่บอกว่าอาจารย์ท่านนี้เคยเป็นอดีตเด็กกิจกรรมมาก่อน บอกเลยว่าเมื่อถึงจุดที่เปลี่ยนมาเป็นผู้สอน นอกจากความรู้ที่นักศึกษาจะได้รับแล้ว คลาสเรียนนี้บันเทิงแน่นอน เพราะเป็นคลาสเรียนที่เปิดประตูและเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้รอบด้าน เป็นมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียน

แรงบันดาลใจ+ความตื่นเต้น = การสอนอย่างเข้าใจเด็ก Gen ใหม่  

            ผศ.วรวุฒิ กล่าวเกี่ยวกับเทคนิคการสอนอย่างเข้าใจเด็ก Gen ใหม่ว่า สิ่งสำคัญคืออาจารย์ผู้สอนต้องเข้าใจก่อนว่าการที่เด็กคนหนึ่งเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้ต้องการแค่ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เขาต้องการประสบการณ์ควบคู่ไปด้วย เพราะฉะนั้น การเรียนรู้แค่เพียงในห้องเรียน การเรียนเพียงแค่นั่งเลคเชอร์จากอาจารย์ผู้สอนอาจจะไม่สนุก และกระตุ้นความอยากรู้ของเขาอีกต่อไป ยิ่งเราสอนทางด้านนิเทศศาสตร์ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับงานครีเอท การสร้างแรงบันดาลใจ ความตื่นเต้น จะช่วยเปิดประตูการเรียนรู้ของเขาให้รู้จักคิด และนำไปสู่การลงมือปฏิบัติได้อย่างสร้างสรรค์ พาเขาออกไปสู่โลกภายนอก ให้เขาเห็นว่าห้องเรียนกว้างและมีอิสระทางความคิดเท่าที่จินตนาการจะไปถึง เขาอยากจะทำอะไรก็ได้ ในแบบที่เขาอยากจะทำ แต่เราต้องคุยกันก่อนว่าไปแล้วจะได้อะไรกลับมา และหลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกันในสภาพแวดล้อมต่างๆ เราไม่ได้พูดคุยกันตามเวลาเรียนเท่านั้น แต่เราสามารถพูดคุยกันได้ตลอด สามารถแสดง output ของการที่ไปเห็นอะไรต่างๆ มากมายได้ และผลงานที่เขาทำออกมาจะสะท้อนให้เห็นว่า เราไม่ได้สอนเค้าให้มองโลกผ่านรูกุญแจ แต่เราทลายกำแพง ผนัง หลังคาของห้องเรียนออกไป ให้เขามองเห็นว่าโลกของความเป็นจริงเป็นแบบนี้ และหากในอนาคตโลกเสมือนเป็นแบบนี้ แล้วตัวคุณจะเป็นแบบไหน จะหยิบองค์ความรู้ที่เรียนรู้ไปและสามารถไปต่อยอดในวิชาอื่นหรือชีวิตจริงได้อย่างไร

 

“กับเด็ก Gen ปัจจุบัน เราในฐานะผู้สอนต้องดึง passion และความตื่นเต้นในตัวเขาออกมา เป็นสองสิ่งที่ใช้ในทุกวิชาของนิเทศศาสตร์ ถ้าเขามีความหลงใหลในสิ่งที่เขากำลังจะเรียน เขาจะทำมันออกมาได้ดี การสอนเราต้องเปลี่ยนให้ผู้เรียนเป็นตัวตั้ง เขาจะหาวิธีการที่หลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการครีเอทงานได้ด้วยตัวเขาเอง เราไม่ได้บอกวิธีการแต่เราคือโค้ชคอยสนับสนุนผลักดันและเดินไปพร้อมๆ กัน”

ยุคแห่งการหลอมรวมเด็กจึงต้องมีทักษะหลากหลาย กลายเป็น “เป็ดอัจฉริยะ”

หลายคนอาจจะมีความคิดว่า นิเทศศาสตร์ศาสตร์กำลังจะสูญหายไปหรือเปล่า?

ความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ใครคิด ในทางกลับกันนิเทศศาสตร์คือศาสตร์ของการสื่อสาร ซึ่งสามารถไปอยู่ในทุกองค์ประกอบของสังคม จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นองค์กร หรือบริษัทไหนๆ ต่างต้องอาศัยการสื่อสารระหว่างแบรนด์และผู้รับสาร ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ สื่อออฟไลน์ สื่อบุคคล จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กรออกไป และมีการผลิตสื่อตลอดเวลา เพราะฉะนั้น การสื่อสารกระจายตัว แทรกซึมไปอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าเราจะหยิบโจทย์อะไร เขาก็จะได้ใช้ในการออกแบบกลยุทธ์การสื่อสารแบบใหม่ที่เหมาะกับบุคคลและองค์กรได้ 

ความเป็น DNA ม.รังสิต ณ วันนี้เราพยายามที่จะสื่อสารว่า อย่าไปกลัวเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Ai ว่าจะเข้ามาทดแทนเรื่องราวสื่อสารต่างๆ เพราะสิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญคือ ความมีวัฒนธรรมและความครีเอทีฟ ที่ทำให้คนแตกต่างจากหุ่นยนต์ DNA ของเด็กนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต คือ มีความสามารถในการครีเอทีฟที่จะคิดที่จะสร้างงานสร้างสรรค์ได้ตลอดเวลา มีความรู้ความสามารถและทักษะที่หลากหลายในตัวเอง สามารถทำงานได้รอบด้านอย่างมืออาชีพ นี่แหละ “เป็ดอัจฉริยะ”

 

            สำหรับคลาสเรียนสนุกๆ ของครูเอ้ สามารถไปลงเรียนกันได้ในรายวิชา การสื่อสารในวัฒนธรรมไทย (COM312) นอกจากนี้ ครูเอ้ยังสอนในรายวิชา การเขียนและสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์ (MRT222) หรือสามารถพูดคุยสอบถามรายละเอียดเกี่ยวการเรียนด้านนิเทศศาสตร์ได้ที่ Facebook: kru aey worrawut onnaum

 

 

 

"

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ