"รักที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ด้วยใจ"

15 Aug 2019

ถ้าพูดถึงคำว่า ความรัก ทุกๆ คนก็คงจะมีมุมมองหรือประสบการณ์เกี่ยวกับความรักที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น ความรักจากญาติพี่น้อง ความรักจากเพื่อนในชั้นเรียน หรือเพื่อนร่วมงาน ความรักจากคนรอบข้าง ความรักจากตัวเอง และที่สำคัญก็คือ ความรักจากคนในครอบครัว แล้วคุณเคยเจอ ความรักในรูปแบบนี้หรือเปล่า…

 


เช้าของวันที่อากาศแจ่มใส แต่กลับเป็นเช้าอีกวันที่ทำให้เด็กชายเศร้าหม่น เรียวซึ เด็กชายญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ปลายนากับแม่เพียง 2 คน เนื่องจากเมื่อ 2 ปีก่อนพ่อของเขาได้ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ตอนที่พ่อของเขามีชีวิตอยู่ เรียวซึ เป็นเด็กร่าเริง ขยัน ชอบเรียนหนังสือ ชอบทำอาหาร ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทุกๆ สัปดาห์เรียวซึจะต้องพาคุณย่าไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลกับคุณพ่อ ซึ่งพ่อของเรียวซึเป็นคุณครู และเป็นนักกายภาพบำบัดอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงทำให้เขามีความฝันที่อยากเป็นนักกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลชุมชน เพื่อที่จะได้ดูแลทุกคนในครอบครัวและชาวบ้านในชุมชนนี้เหมือนอย่างพ่อ โดยปกติแล้วเรียวซึจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับพ่อที่โรงเรียนกุมมะ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดกุมมะ ชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นคนยากไร้ แต่กลับมีนักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนนี้เป็นจำนวนมาก เพราะเด็กๆ ที่นี่อยากมีความรู้เพื่อนำความรู้ ไปหารายได้ให้กับครอบครัวและพัฒนาชุมชน แต่ปัญหาของโรงเรียนนี้คือ ขาดแคลนครูที่มีความรู้ความสามารถ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะทำให้พ่อของเรียวซึล้มเลิกความตั้งใจที่จะสอนให้เด็กๆ ที่นี่ดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว รวมถึงช่วยดูแล ทำกายภาพบำบัดเบื้องต้นและให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันภาวการณ์เจ็บป่วยแก่ทุกคนในชุมชน

 

 

ตั้งแต่เรียวซึยังเล็กจนถึงอายุ 7 ขวบ เขาจะเดินทางไปโรงเรียนกับพ่อเสมอ ทำให้เขามีเพื่อนมากมาย โดยปกติแล้วเรียวซึจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับพ่อในการสอนหนังสือและให้ความรู้ชาวบ้าน ถ้ามีเวลาว่างจากการไปโรงเรียนก็จะช่วยแม่ทำสวนผัก เก็บผัก เพื่อส่งไปขายที่ตลาดซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว จนกระทั่งหลังจากที่เขาสูญเสียพ่อ ทำให้เรียวซึ กลายเป็นเด็กเงียบซึม เก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปพบปะผู้คน และกลายเป็นเด็กที่ไม่มีความมั่นใจในการไปโรงเรียนอีกเลย เขามักจะคิดอยู่เสมอว่าเขาไม่สามารถไปโรงเรียนได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะพ่อไม่อยู่ด้วยแล้ว จึงทำให้เรียวซึกลายเป็นเด็กที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ ส่งผลให้คะแนนสอบของเขาแย่ลงเรื่อยๆ เรียวซึขาดความมั่นใจ ชอบคิดว่าตนเองไม่เก่ง และไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนเพื่อน แม่ของเขากังวล และเป็นห่วงว่าลูกจะมีภาวะซึมเศร้า กลายเป็นเด็กมีปัญหา ทำให้แม่ ผู้ซึ่งไม่เคยมีความรู้เรื่องของการดูแลสุขภาพ ใช้เวลาว่างทั้งหมดจากการทำงาน หรือจากการดูแลเรียวซึ มาศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ และการทำกายภาพบำบัด

 


ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม ที่แม่ได้พยายามหาข้อมูลและเป็นอาสาสมัครในหมู่บ้านลงพื้นที่กับทีมสหวิชาชีพเพื่อขอเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และการทำกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วยในชุมชนอย่างเต็มที่ โดยไม่ให้เรียวซึรู้ เพราะเพียงแต่หวังว่า เมื่อตัวเองมีความรู้ความสามารถมากพอ ก็จะได้สอนวิธีการดูแลสุขภาพ และการทำกายภาพบำบัดให้กับเรียวซึ และพาเขากลับมาให้ความรู้แก่ชาวบ้านอีกครั้ง แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่แม่ของเรียวซึออกหน่วยให้บริการชุมชน ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เสียชีวิตทันที ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์นั้น มีแม่ของเรียวซึอยู่ด้วย กว่าเจ้าหน้าที่จะพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ผ่านไปแล้ว 3 วัน ในส่วนของเรียวซึก็ได้แต่เป็นห่วงว่าแม่ทำไมยังไม่กลับบ้าน หาทางติดต่อก็ไม่ได้จึงออกไปเดินตามหาบริเวณระเวกบ้าน สอบถามผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ไม่มีใครพบเห็น จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่มาตามหาเรียวซึ เพื่อแจ้งเกี่ยวกับการเสียชีวิตของแม่ พร้อมกับนำสมุดโน้ตที่แม่ของเขากอดไว้แน่นตอนเสียชีวิตมามอบให้ ทันทีที่รู้ข่าว เรียวซึถึงกลับเข่าทรุด น้ำตาไหลอาบ 2 แก้ม เปรียบเสมือนหัวใจแตกสลาย ทั้งเสียใจ และรู้สึกสงสัยว่าทำไมแม่ของเขาถึงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกหน่วยของทีมสหวิชาชีพ ทั้งๆ ที่แม่ไม่ชอบ และไม่เคยสนใจเรื่องงานกายภาพบำบัด หรือการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเลย หลังจากการจัดงานศพของแม่ผ่านพ้นไป เรียวซึได้แต่โทษตัวเอง โมโห และโกรธตัวเองว่าทำไมไม่ดูแลแม่ให้ดี ซึ่งตอนนี้ทำได้เพียงแต่ร้องไห้ กอดสมุดโน้ตและเสื้อผ้าของแม่ เรียวซึเป็นแบบนี้อยู่ 3 วันเต็ม หลังจากงานศพแม่ ร่างกายของเขาซูบผอม อิดโรย ไม่มีเรี่ยวแรง เหมือนเด็กป่วยเป็นโรค ทันใดนั้นได้มีลมพัดผ่านประตูหน้าต่างห้องของเขา ทำให้เสื้อผ้าของแม่นั้นปลิวไปอยู่ที่ปลายเตียง พร้อมกับสมุดโน้ตของแม่นั้นเปิดออก ทันทีที่เขาเห็นข้อความในสมุดนั้นก็ยิ่งทำให้เรียวซึยิ่งรักและคิดถึงแม่มากขึ้น

 


ข้อความในสมุดเขียนถึงเรียวซึจากแม่ของเขาที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความท้าทาย ประสบการณ์ในการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และการทำกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วยมากมายเหมือนที่เรียวซึชอบไปทำกับพ่อ พร้อมกับข้อความและคำสอนที่ส่งถึงเรียวซึลูกรัก “ความฝันและความชอบของลูกมันจะไม่สิ้นสุดลง และจะประสบความสำเร็จได้ ถ้าลูกของแม่เข้มแข็งและอดทนมากขึ้น แม่รักและคอยอยู่เคียงข้างลูกเสมอ ทุกวันที่ลูกของแม่นั่งร้องไห้เสียใจ ขอให้รู้ไว้ว่า แม่นั่งดูลูก และร้องไห้เป็นเพื่อนลูกอยู่ข้างๆ เสมอ แต่ลูกอาจจะมองไม่เห็นแม่ เพราะลูกกำลังเสียใจ คิดถึงแต่พ่อที่จากไปแล้ว แม่รักและคอยห่วงใยลูกอยู่ตลอดเวลา ลูกเชื่อเถอะว่า ลูกจะทำมันได้เป็นอย่างดี จงลุกขึ้นและหอบเอาความมุ่งมั่นในตัวเองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แม่ขอให้ลูกจำไว้ว่า ลูกเสียใจและร้องไห้ได้เสมอ แต่หลังจากนั้น ลูกจะต้องยิ้มให้คนรอบข้างมากกว่าที่ลูกเสียใจ แม่ขอให้ลูกจงลุกขึ้นและก้าวเดินใหม่ จากแม่ที่รักลูกสุดหัวใจ”

 


หลังจากที่เรียวซึได้อ่านบันทึกของแม่ทั้งหมด รวมถึงข้อความที่แม่เขียนถึงจึงทำให้เด็กชายผู้อ่อนแอ ยิ้มรับวันใหม่และพยายามพัฒนาตัวเองทุกอย่าง เรียวซึกลับไปเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียน จนกลายเป็นที่รักของครูและเพื่อนๆ คอยช่วยงานส่วนรวมเสมอ จนกระทั่งเรียวซึอายุครบ 25 ปี เรียนจบกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความฝันในตอนเด็ก และนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการดูแลตนเองเอง ครอบครัวและทุกคนในชุมชน ฝึกฝนตนเองจนมีความเชี่ยวชาญในการทำกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วยอัมพาต โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ติดเตียง คอยให้ความรู้กับเด็ก และทุกคนในหมู่บ้านเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพในทุกๆ ด้าน ตลอดจนจัดตั้งชมรม และเป็นผู้นำในการส่งเสริมสุขภาพ การออกกำลังกายและการป้องกันโรคต่างๆ นอกจากนี้ ยังช่วยหารายได้พิเศษให้กับทุกคนในชุมชน โดยการส่งเสริมการปลูกผัก เพื่อส่งออกไปขายนอกชุมชน หรือต่างจังหวัด ตลอดจนช่วยสร้างชุมชนแห่งนี้ให้การเป็นต้นแบบของการนำหลักเศรษกิจพอเพียงมาใช้ ส่งผลทำให้ชุมชนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งศึกษาดูงาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของประเทศ และนอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้ ทำให้ชุมชนแห่งนี้กลายเป็นชุมชนแห่งรอยยิ้มและความสุข

 

นี่คงเป็นอีกหนึ่งมุมมองความรัก ที่บางคนอาจจะเคยได้รับ หรือเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ที่เกิดขึ้นจากความรักผ่านการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทำให้เราได้เห็นคุณค่าของคำว่า รัก จากผู้ที่มีพระคุณที่สุดในชีวิตของเรา นั่นก็คือ พ่อและแม่นั่นเอง

 

รักจากคุณพ่อคุณแม่ คือ รักที่ไม่มีวันหยุดพัก ถึงแม้ว่าลูกจะมองไม่เห็นความรักเหล่านั้นในวันที่ยังมีคุณพ่อคุณแม่เคียงข้างอยู่ แต่ลูกทุกคนย่อมสัมผัสความรักที่สวยงามได้ด้วยหัวใจดวงเล็กๆ ที่อยู่ในร่างกายของตนเองเสมอ

โดย
อาจารย์ราตรี เตชอยู่สุขเจริญ
คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต

 

ผู้จัดทำ

บทความที่คุณอาจสนใจ