เพื่อระดมผู้นำ และนักคิด นักยุทธศาสตร์ นักพัฒนาและผู้นำชุมชน มาเปิดเวทีความคิด ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้ ศึกษาวิจัย ติดตามสถานการณ์ เสนอแนะยุทธศาสตร์ใหม่ของมหานครและเมือง ภายใต้การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ของโลกในปัจจุบัน และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ปัจจุบัน เมืองขนาดใหญ่ต่างๆ ในโลกได้หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างสมดุลภายใต้หลักการ Green ซึ่งหมายถึง การพัฒนาเมืองในทิศทางที่ให้มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดีควบคู่ไปกับการผลิต และการค้า การบริการ ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง และในอนาคตสภาพแวดล้อมที่ดีของเมืองจะกลายมาเป็นข้อได้เปรียบในเชิงของการตลาด เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อราคาสินค้าหรือบริการควบคู่ไปกับความสนใจกับผลกระทบของกระบวนการผลิตของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอีกด้วย ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้เมืองที่มีการผลิตและการค้า รวมทั้งการบริการในรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันมากขึ้น

การพัฒนาตามหลักการ Green ในแง่ของเศรษฐกิจ จะต้องให้ความสำคัญกับ“ระบบเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งในระดับพื้นที่แบบเมือง ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงการพัฒนาสาขาการผลิตที่ท้องถิ่นมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษให้กลายเป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาสาขาการผลิตที่ใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญเฉพาะของท้องถิ่นเป็นหลัก เนื่องจากสาขาการผลิตเหล่านั้นมักจะเป็นสาขาที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นเอง และมีความชำนาญในการผลิตทำให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในท้องถิ่น ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นด้วยการแลกเปลี่ยนกันในท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม Green ยังหมายถึง ความรุ่งเรืองในรูปแบบของ “เมืองแห่งการบริหารจัดการที่ดี” ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและหน่วยธุรกิจได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และคุ้มกับต้นทุนทั้งด้านบุคลากรและเครื่องมือสนับสนุน สามารถให้บริการสาธารณะเพื่อตอบสนองความเป็นชุมชนน่าอยู่ยั่งยืนได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อให้มีบริการพื้นฐานที่ดีมารองรับการพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค โดยที่จะต้องมีการบริหารจัดการที่สะดวก ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการขอรับบริการ มีการบูรณาการการให้บริการเพื่อให้สามารถใช้ทั้งบริการและรับความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหากับการดำเนินธุรกิจได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทันสถานการณ์

หลักการของชุมชนน่าอยู่ยั่งยืนอีกประการหนึ่ง คือ การส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เนื่องจากทรัพยากรมนุษย์ คือสินทรัพย์สำคัญของการพัฒนาชุมชนเมือง ซึ่งจะให้ความสำคัญกับความสะอาด สะดวก สวยงามและปลอดภัยของเมืองและประชาชน โดยส่งเสริมสุขอนามัยของประชาชนทั้งด้านการแก้ไขและป้องกัน ความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า สามารถใช้บริการสาธารณะต่างๆ ได้อย่างสะดวกและ เหมาะสม มีความสวยงามด้านทัศนียภาพและสุนทรียภาพ และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ดังนั้น จึงต้องมีการส่งเสริมการเรียนรู้กับทุกกลุ่มอายุเพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวเข้ากับกระแสของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม ไม่เกิดปัญหาอันเกิดจากการที่มนุษย์มีทัศนคติและความรู้ไม่สอดคล้องกับความต้องการแห่งยุคสมัย และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีจำเป็นที่จะต้องมีสภาพทางสังคมที่อบอุ่นและมีความสุข (Warm and Happy Society) ซึ่งจะต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของสังคมในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน ง ไปจนถึงระดับเมือง ให้แต่ละหน่วยของชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถเป็นหลักแนวทางปฏิบัติทางสังคมและจิตใจให้กับสมาชิกในสังคม อีกทั้งยังต้องส่งเสริมให้เป็นสังคมที่สามารถยอมรับในความเห็นและทัศนคติที่แตกต่างกันได้ รวมถึงการมีสังคมที่มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินสูง มีการป้องกันการเกิดความไม่ปลอดภัย และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในกรณีสุดวิสัย ก็สามารถประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้าแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถลดความสูญเสียทางบุคคลและเสียหายทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเสนอแนวคิด และยุทธศาสตร์ในการพัฒนามหานครและเมืองต่างๆ ตามหลักการ Green

2. เพื่อเสนอแนะแนวคิดแก่มหานครและเมืองให้มีความพร้อมยิ่งขึ้น ในด้านศักยภาพ คุณภาพชีวิต และสร้างความภาคภูมิใจ แก่ประชากรในมหานครและเมือง เพื่อร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นของตนเองให้เป็นสังคมแห่งความสร้างสรรค์เป็นสุขและยั่งยืน

3. เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือจากจังหวัดที่ใกล้เคียงทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครนายก และฉะเชิงเทรา

4. เพื่อส่งเสริมและรณรงค์ให้ประชาชนนั้นมีจิตสาธารณะคิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและมีจิตสำนึกถึงความเป็นพลเมือง

5. เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนในการพัฒนาเมืองและท้องถิ่น

กิจกรรม (ตัวอย่าง)

1. จัดการอบรมหลักสูตร Non-Degree ให้แก่นักธุรกิจ และนักการเมือง ดังนี้

• Political Marketing

• Political Accounting

2. จัดการอบรมหลักสูตรมหานคร รุ่นที่ 2 ให้ กทม.

3. นำคณะผู้บริหารทางการศึกษาเข้าเยี่ยมชม และดูงานมหานครและเมืองที่สำคัญในเอเชีย พร้อมทั้งแวะเยี่ยมเยียนและหารือกับสถาบันการศึกษาที่สำคัญๆ ในเอเชีย เช่น Lee Kuan Yew School, Rajaratnam School , Beijing University , มหาวิทยาลัยชิงหวา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนโยบายหรือยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการพัฒนามหานครและเมือง

4. ฝึกอบรม ผู้ที่มีชื่อเสียง เพื่อเป็นคณะกรรมการในการตัดสินให้รางวัล เมืองเสน่ห์แห่งเอเชีย

5. จัดกิจกรรม เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือจากจังหวัดที่ใกล้เคียงทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครนายก และฉะเชิงเทรา

6. ผลิตผลงานวิจัยเกี่ยวกับมหานครและท้องถิ่น เช่น การค้นพบสิ่งใหม่ และแนวทางในการแก้ไขปัญหา มาช่วยในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้บริหาร, นักวิชาการ นักการเมือง นักพัฒนา นักปฏิบัติ ภาคประชาสังคม นักธุรกิจ ผู้นำท้องถิ่นและชุมชน และบุคคลทั่วไป

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

1. ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ที่ปรึกษา

2. ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่ปรึกษา

3. ดร.พิจิตต รัตตกุล ที่ปรึกษา

4. ดร.พรเทพ เตชะไพบูลย์ ประธาน

5. นายประทีป ตั้งมติธรรม กรรมการ

6. รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ กรรมการ

7. ศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ สุขสำราญ กรรมการ

8. ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ กรรมการ

9. พ.ต.ต.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล กรรมการ

10. อ.อารณีย์ วิวัฒนาภรณ์ เลขานุการ