| |
 |
ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
|
| |
|
|
|
|
ไหนๆ เราก็พูดพาดพิงไปถึงกล้วยแล้ว ครูก็ขอถือโอกาสมาคุยเรื่องกล้วยๆ กันเสียเลย
กล้วยที่ครูจะพูดถึงต่อไปนี้ เป็นกล้วยจริงๆ ค่ะ ก็ banana นั่นแหละ
banana ออกเสียงว่า บ่ะน้าหน่ะ ไม่ใช่ บานานา นะคะ เดี๋ยวฝรั่งจะฟังไม่ออก
เหตุที่ครูอยากจะพูดเรื่อง กล้วย ก็เพราะเห็นว่า เทศกาลลอยกระทง เราอาจจะมีโอกาสได้คุยกับฝรั่งเรื่อง กระทง กันบ้าง เป็นเรื่องที่พวกฝรั่งชอบซักถามกันนักเชียว
ถ้าจะพูดถึงในยุคนี้ คงจะเชยถ้าใครจะกลับไปซื้อ หรือทำกระทงด้วยโฟม (ฝรั่งเขาเรียกว่า foam ที่คนไทยยืมคำเขามาใช้ทับศัพท์ แล้วเผลอลืมคืนเขาไป จนคนไทยคิดว่า คำว่า โฟม เป็นภาษาไทยไปซะแล้ว )
ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้เรากำลังนิยมความเป็นไทยต้องใช้ของไทยแบบสมัยโบราณ ครูก็เลยต้องพูดเรื่องกระทงแบบโบราณ เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องคุยกันเรื่องกล้วยค่ะ
ถ้าฝรั่งเขาถามว่า กระทงนี่มันทำมาจากอะไร หรือมีความเป็นมาอย่างไร อย่างน้อยเราก็ควรจะพูดถึงได้บ้างใช่ไหมคะ
มาดูส่วนประกอบของ กล้วย ที่เราใช้ทำกระทงกันค่ะ เราใช้ ต้นกล้วย ฝรั่งเรียกว่า banana trunk (สังเกตนะคะ เราไม่ได้ใช้คำว่า banana tree เพราะ tree หมายถึงต้นไม้ทั้งต้น แต่เขาใช้ trunk เพราะหมายถึงเฉพาะส่วนที่ เป็นลำต้นเท่านั้น)
นอกจากนี้เราใช้ ใบตองหรือที่ฝรั่งเรียกว่า banana leaf (ถ้าใช้หลายใบก็เปลี่ยนเป็น leaves ก็ได้ค่ะ) เราเอาใบตองมา fold พับ ให้เป็นจีบแหลมๆ
แล้วก็ decorate with flowers ตกแต่งด้วยดอกไม้ต่างๆ
อย่าลืมปัก candle เทียน กับ joss stick ธูป ไว้ตรงกลางกระทงด้วย
แค่นี้ก็ได้ กระทง ใบสวยไปลอยกับคนรู้ใจแล้ว
คำว่า กระทง เราก็เรียกทับศัพท์ไปเลยเพราะฝรั่ง ไม่มีคำนี้ เขียนว่า Krathongอาจจะบรรยายให้ฝรั่งฟังง่ายๆ ว่า Krathong is made of banana trunk and leaves. We decorate it with flowers, candle and joss stick.
เห็นไหมแค่ของง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว อย่างเรื่องกล้วยอย่างนี้ บางทีนึกไม่ออก ก็เล่นเอาเราอ้ำอึ้งไปได้เหมือนกัน
| |