| |
 |
ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
|
| |
|
|
|
|
สวัสดีครับ...นี่ก็ใกล้จะหมดเทอมอีกแล้ว บรรดาคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ก็ทำงานกันมาหนัก นักศึกษาก็ใกล้สอบปลายภาคเข้ามาทุกที ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอนะครับ เรื่องในฉบับนี้ก็บังเอิญมีสาวสวยคนหนึ่งบอกผมว่าอยากรู้เรื่องของ Q10 ก็เลยไปค้นมาดู แหม... น่าสนใจจริงๆ (หมายถึง Q10 นะครับ)
โคเอนซัยม์คิวเทน [Coenzyme Q10 หรือ CoQ10] มีอีกชื่อหนึ่งว่า ยูบิควิโนน (Ubiquinone) เจ้า CoQ10 นี้ ในร่างกายเราสามารถสังเคราะห์มันได้ และมีอยู่มากในเซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจ ตับ และระบบภูมิคุ้มกัน แต่ก็พบว่าบางสภาวะอาจไม่เพียงพอหรือพร่องไป เช่น เจ็บป่วย ชราภาพ ซึ่งมีการศึกษาพบว่าในผู้สูงอายุจะมีความต้องการ CoQ10 เพิ่มขึ้น ในขณะที่ สร้างได้น้อยลง
หน้าที่และประโยชน์ของ CoQ10 เช่น
- เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างพลังงานภายในเซลล์ร่างกาย
- ปกป้องเซลล์จากเหล่าอนุมูลอิสระ โดยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)
- ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- ปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจ จากการทำลายของยาเคมีบำบัดบางชนิด ที่ใช้ในการรักษา โรคมะเร็ง
มีการศึกษาทางการแพทย์จำนวนมาก ที่ให้ข้อเสนอแนะว่า CoQ10 มีประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันโรคได้หลายชนิด เช่น หัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตสูง มะเร็งเต้านม ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
แหล่งที่มาของ CoQ10 ที่เราได้รับจากธรรมชาติคืออาหาร ซึ่งประมาณการว่าการรับประทานอาหารปกติ เราจะได้รับ CoQ10 ประมาณ 3-5 มิลลิกรัม/วัน โดยแหล่งใหญ่ที่สุดของ CoQ10 คือ เนื้อ เป็ด ไก่ และปลา
เท่าไรดี...ถ้าต้องการเสริมหรือป้องกันการพร่อง CoQ10 มีข้อแนะนำให้รับประทาน CoQ10 ได้ 50-150 มิลลิกรัม/วัน
ความปลอดภัย...เท่าที่มีรายงาน การใช้ CoQ10 ติดต่อกันนานๆ ยังไม่พบผลข้างเคียงที่อันตราย ในขณะที่ยังไม่มีรายงานยืนยันความปลอดภัยของการใช้ CoQ10 ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร จึงไม่ควรใช้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ครับ...ก็พอสมควรที่จะรู้จัก CoQ10 มากขึ้น ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในปริมาณที่ พอเหมาะ ออกกำลังกายพอดี จะได้รับสารอาหารเพียงพอและไม่อ้วน ส่วนเรื่องความสวยความงามนั้นผมว่าควรมาจากภายในนะครับ
|
|