| |
 |
ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
|
| |
|
|
|
|
 |
เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ การที่แต่ละคนเรียนจบออกมาแล้วได้ทำงานตรงตามที่เรียนมาหรือใกล้เคียงนั้นมีค่อนข้างน้อย แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่พยายามทำงานให้ตรงกับสาขาวิชาที่ตัวเองเรียนมาให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับนางสาวรุ่งอรุณ ภูศรี ศิษย์เก่าคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ตอนนี้ได้ทำงานที่ใกล้เคียงกับสาขาวิชาที่ได้เรียนมา เธอเล่าถึงการเรียนและการทำงานให้ฟังว่า
เรียนกายภาพบำบัดสามารถทำอะไรได้บ้าง
สามารถช่วยเหลือฟื้นฟูดูแลผู้ที่ป่วยเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ หรือเปิดฟิสเนต เปิดคลีนิกของตัวเองได้ แต่ในที่นี้เราก็ต้องไปสอบใบประกอบโรคศิลป์ก่อน แต่งานหลักๆ เลยคือดูแลคนป่วยตามโรงพยาบาล
ระหว่างเรียนกับการทำงานจริงๆ แตกต่างกันอย่างไร
การเรียนที่มหาวิทยาลัยเราก็จะเรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจริง เช่น วิชาการนวด การกดจุด ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีให้เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริงได้ เหมือนการเตรียมพร้อมก่อนการไปทำงานจริง ซึ่งในการทำงานก็จะมีการนวด การสครับ การนวดประคบ การทำทรีตเม้นท์ต่างๆ ก็จะคล้ายๆ กับที่เคยได้เรียนมา ทำให้รู้ว่าศาสตร์แขนงนี้เรียนไปแล้วมันมีอะไรมากกว่าที่คิด ไม่ใช่เพียงการเรียนแล้วไปทำตามที่เรียนมาอย่างเดียว เราสามารถนำเอาสิ่งที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้กับหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดประโยชน์ได้ อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่เราได้มาคือวิชาชีพติดตัว
แล้วได้อะไรจากการทำงาน
ได้ประสบการณ์จากการทำงาน ทำให้มีเทคนิคเพิ่มเติม ได้พบผู้คนที่หลากหลายและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนอื่น ทำให้เราต้องอดทน ต้องขยันมากขึ้น สิ่งสำคัญคือมันสามารถเปลี่ยนตัวเราเองให้ดีขึ้นได้ด้วย
ฝากถึงน้องๆ...
สำหรับน้องๆ ที่คิดว่าตัวเองชอบเรียนอะไรก็ขอให้ตั้งใจทำให้เต็มที่ ใครที่ผิดหวังจากการเรียนก็อย่าคิดว่าหมดหนทาง เราสามารถกลับมาเริ่มใหม่ได้ ถ้าเรารู้จักเข้มแข็ง อดทน ขยัน แล้วก็พยายามให้เต็มที่ เพราะว่าอนาคตเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ
|
|